สืบเนื่องจากในฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา สหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมเมล็ดกาแฟทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ระนอง จำกัด สหกรณ์การเกษตรกระบุรี จำกัด และสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตกระบุรี จำกัด ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องการจำหน่ายเมล็ดกาแฟ เนื่องจากสหกรณ์ได้รวบรวมเมล็ดกาแฟจากสมาชิก จำนวน 796.42 ตัน มูลค่า 55,174,942.63 บาท โดยสหกรณ์รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรสมาชิกในราคาที่สูงกว่าพ่อค้าท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกจากราคาผลผลิตตกต่ำ แต่สหกรณ์ไม่สามารถหาตลาดได้หรือหาได้แต่มีปริมาณน้อย เมื่อพ้นฤดูกาลสหกรณ์จึงต้องขายเมล็ดกาแฟในราคาที่ต่ำกวาทุน ส่งผลให้สหกรณ์ประสบปัญหาการขาดทุน

สำหรับในฤดูกาลผลิต 2562/63 สหกรณ์จังหวัดระนอง ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็น ในการช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกผู้ปลูกกาแฟ โดยจะต้องพัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง สามารถเป็นผู้ซื้อ ผู้ขายสินค้าเกษตรรายใหญ่ในชุมชน จึงได้ร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพกาแฟและหาช่องทางการตลาดโดยได้นำหลักการตลาดนำการผลิตมาใช้ โดยการประสานเจรจาหาคู่ค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงการพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพเมล็ดกาแฟให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด และส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ด้วย

ทั้งนี้ นายยุทธนา แก้วน้อย สหกรณ์จังหวัดระนอง ได้มอบหมายให้ นายจิรศักดิ์ บริบูรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ระนอง จำกัด สหกรณ์การเกษตรกระบุรี จำกัด สหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตกระบุรี จำกัด นำบริษัท รุ่งเรืองเกษตรเจริญ(2016) จำกัด และบริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด ลงพื้นที่ดูแปลง ผลิตกาแฟของเกษตรกรสมาชิก บ้านในกรัง ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ดูสถานที่รวบรวม ผลผลิตกาแฟของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ระนอง จำกัด ร่วมเจรจาและเป็นพยานใน การลงนามสัญญาซื้อขายกาแฟ ระหว่างสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ระนอง จำกัด และบริษัท รุ่งเรืองเกษตรเจริญ (2016) จำกัด โดยนายจิรศักดิ์ บริบูรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ และนายอภิชาติ กรมาทิตสุข ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดระนอง ร่วมเป็นพยาน ณ ธกส.สาขากระบุรี ซึ่งในรอบแรกได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายเมล็ดกาแฟ จำนวน 200 ตัน คิดเป็นมูลค่า 14 ล้านบาท

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน