นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากล่าวว่า “สมุนไพรไทย” เป็นภูมิปัญญาประจำชาติไทยที่ใช้เป็นอาหาร เครื่องหอม และยารักษาโรคมาแต่โบราณ ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลกให้ความนิยมในการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพื่อการดูแลสุขภาพไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และยาจากสมุนไพรที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรอ้างอิง 100 รายการ ตามแนวทางการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบบการอ้างอิงมีทั้งตำรับยาสมุนไพร ยาสมุนไพรเดี่ยว และผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพที่ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้

ในจำนวนนี้มีตำรับยาหอมซึ่งเป็นยาตำรับโบราณที่บันทึกไว้ในตำราเวชศึกษาของพระยาพิศณุประสาทเวช ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ อยู่ 3 ตำรับ ได้แก่ ยาหอมอินทจักร์ แก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน แก้ลมจุกเสียด ยาหอมเทพจิตร แก้อาการวิงเวียน ใจสั่น และยาหอมแก้ลมวิงเวียน แก้อาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ซึ่งทั้ง 3 ตำรับอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติที่สามารถสั่งจ่ายได้ในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐด้วย

เลขาธิการฯ กล่าวต่อว่า นอกจากยาหอมทั้ง 3 ตำรับแล้ว ในปีนี้ยูเนสโกประกาศให้ นวดไทย ขึ้นบัญชีมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ อย. จึงได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำมันบรรเทาอาการปวดเมื่อย และยาหม่องจำนวน 21 รายการ อยู่ในรายการผลิตภัณฑ์สมุนไพรอ้างอิง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ผลิต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้คู่กับการนวดไทยให้สามารถขอขึ้นทะเบียนภายใน 1 วันด้วยเช่นกัน

เลขาธิการฯกล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นอกจากมีหน้าที่หลักในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพแล้ว ในยุคปัจจุบันยังมีหน้าที่ในการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศโดยการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพภายในเวลาที่รวดเร็ว สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือ www.fda.moph.go.th หรือ ไลน์กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร Line ID : @herbalproduct_fda หรือ Facebook : กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร อย.

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน