สถานการณ์การเมืองคล้ายกระดานหก เมื่อฟากของพรรคอนาคตใหม่เพิ่งปลดเปลื้องพันธนาการไปได้อีกเปลาะ ในขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับเหมือนกำลังเดินเข้าไปติดบ่วง!

ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติยกคำร้องคดีล้มล้างการปกครอง โดยยังไม่พบว่ากรรมการบริหารพรรค ทั้ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค มีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

นัยหนึ่งเป็นคุณต่อพรรคอนาคตใหม่เอง ที่ได้ปลดล็อกจากคดีที่อาจส่งผลกระทบถึงขั้นยุบพรรค แม้จะยังเหลือหลายคดีที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะปมเงินกู้ 191 ล้านบาท ที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อคิวจากคดีล้มล้างการปกครอง

ในขณะที่คดีเฉพาะตัวของ “ธนาธร” เอง ปมถือหุ้นสื่อ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งส.ส.ไปแล้วนั้น ยังมีคดีอาญาที่จะตามมา ฐานปลอมแปลงเอกสารที่หากสุดท้ายแล้วมีความผิด ก็อาจจะถึงขั้นติดคุก ซึ่งไม่เพียงแต่ตัวของ “ธนาธร”เท่านั้น แต่มารดาและภรรยาก็อยู่ในภาวะเสี่ยงด้วย

อีกนัยหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นการลดโทนความร้อนแรงทางการเมืองลง จากอีเวนต์การเมืองเรื่อง “วิ่ง ไล่ ลุง” ที่เรียกแขกรวมพลคนไม่เอาลุงตู่ได้มากโข แม้จะมีเดินเชียร์ลุงคู่ขนานไปด้วยก็ตาม แต่หากปล่อยให้ก่อหวอดไปเรื่อยๆ จนสถานการณ์สุกงอม ก็ไม่เป็นคุณต่อรัฐบาลอย่างแน่นอน

กระนั้น จากท่าทีของ “ธนาธร”ในการแถลงหลังทราบผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงยังเดินหน้าเคลื่อนไหวการเมืองนอกสภาต่อ พรรคอนาคตใหม่จึงยังเป็น “หอกข้างแคร่” ของรัฐบาลต่อไป

“ขอสัญญาต่อประชาชนว่า ขาหนึ่งการทำงานในสภา ผม และส.ส.ของพรรค จะมุ่งมั่นทำงานในสภาอย่างมีคุณภาพ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขัน ในระยะกลาง 2-3 เดือนข้างหน้า เราจะรณรงค์ในร่างกฎหมายหลายฉบับที่เราเสนอต่อสภาไป เช่น การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เราจะจริงจังและมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน

อีกด้านหนึ่งเราจะทำงานต่อเนื่องกับประชาชนนอกสภา แม้ผมจะไม่ได้เข้าสภาแล้ว แต่ผมจะเดินทางไปรับฟังปัญหาของประชาชนทั่วทุกภูมิภาค และเอาปัญหามาฝากให้ส.ส.ไปผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป จะทำให้ประชาชนเข้าใจถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้ง เราจะทำอย่างต่อเนื่อง และยังเดินหน้าต่อไป ในปี 2563 จะทำงานหนักไม่แพ้ในอดีต “ตอนหนึ่งจากถ้อยแถลงของ “ธนาธร” ระบุ

ขณะที่ “ปิยบุตร”เอง ก็ทิ้งบอมบ์ใส่พล.อ.ประยุทธ์ทันทีว่า เรื่องนี้ไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่แรก

“ยืนยันว่าผม นายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีความคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิ่งที่เราคิดอยู่ ที่เราทำและดำเนินการอยู่คือการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้มั่นคงยั่งยืน เพราะระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับรัฐประหาร เผด็จการสืบทอดอำนาจ

ทั้งนี้ การรัฐประหาร ยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตั้งตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ต่างหากที่เป็นการล้มล้างการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดังนั้นจึงไม่ใช่ประชาชน พรรคการเมืองที่คิดล้มล้างการปกครองฯ แต่เป็นกลุ่มบุคคล กองทัพที่ถืออาวุธ และก่อการรัฐประหาร ยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญต่างหากที่เป็นคนล้มล้างการปกครอง”

ส่วนเรือแป๊ะที่เพิ่งจะโผล่พ้นน้ำ เมื่อร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านสภาฯ ด้วยคะแนนเสียง 253 เสียง งดออกเสียง 196 เสียงและไม่ลงคะแนน 1 เสียง สะท้อนความเป็นเอกภาพในการควบคุมเสียงสนับสนุนของรัฐบาล จากที่เคยมีปัญหาปริ่มน้ำ และสภาล่มซ้ำซากถึงสองครั้งสองครา ขณะเดียวกันก็สร้างปัจจัยหนุน ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินงบประมาณที่กำลังจะเข้าไปหล่อเลี้ยงในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะการลงทุนของภาครัฐ

แต่ก็มาเกิดอาการสะบัดร้อน สะบัดหนาวขึ้น เมื่อนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดโปงว่า มีส.ส.พรรคภูมิใจไทยเสียบบัตรแทนกัน โดยมีชื่อของฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และ นาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2563 ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภาฯ ส่งผลให้ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และอาจส่งผลกระทบต่อร่างพ.ร.บ.งบประมาณ โดย “ชวน”ระบุว่า “ถ้าจะนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ต้องไม่มีปัญหา”

ขณะที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ก็ยอมรับว่า กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ที่ทำให้ล่าช้า แม้จะไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบทำให้เกิดความเสียหายอะไรก็ตาม

ประเด็นนี่ถูกมองว่าเป็น “เกมการเมือง”ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่ใช่เพียงแต่ต้องการล้มการเลือกตั้งในพื้นที่ แต่ยังสะเทือนถึงพรรคร่วมรัฐบาล และอาจส่งผลร้ายแรงกว่านั้น แม้ในข้อเท็จจริงจะเป็นเรื่องยากในการหาตัวผู้กระทำผิดที่นำบัตรไปเสียบแทนลงมติ ดังเช่นกรณีที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2559 นริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ที่มีหลักฐานว่านำบัตรของเพื่อนสมาชิกไปเสียบแทน ซึ่งคดีอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือปปช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด “นริศร”ในความผิดทาง อาญา ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แต่ก็ส่งผลให้ภาพรวมของร่างพ.ร.บ.งบประมาณต้อง สะดุด และวิตกว่าอาจเป็นโมฆะ หากถูกชี้ขาดว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

อีกทั้งมีคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติปลายเดือนมกราคมนี้ แม้จะมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่ามีความพยายามเกี้ยเซียะ เพื่อถอดรายชื่อของรัฐมนตรีบางคนออกก็ตาม ข่าวการช้อนซื้อ “งูเห่า” จากพรรคฝ่ายค้าน เพื่อยกมือไว้วางใจรัฐมนตรีแพร่สะพัด กระนั้น สิ่งที่รัฐบาลอาจต้องระแวดระวัง “งู”ในพรรคร่วมรัฐบาลเอง ที่สะสมความไม่พอใจในการบริหารจัดการของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ที่อาจ “โหวตสวน” ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน

ดูเหมือนรัฐบาลจะถูกกัดกร่อนด้วย “สนิมเนื้อใน” ทำให้เสถียรภาพทางการเมืองออกอาการระส่ำระสายอีกระลอก เมื่อหันมาดูปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจ ที่ไม่มีสัญญาณบวก หลังจากที่สภาพเศรษฐกิจอยู่ในภาวะอักเสบติดเชื้อมาหลายปี สำนักวิเคราะห์ต่างประเมิยว่า ปีนี้จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่า “เผาจริง”

ยิ่งร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่ล่าช้ามานานหลายเดือน ทำท่าจะสะดุดอีก เพราะปัญหาการเมือง ก็ยิ่งทำให้วิตกกังวลอย่างหนัก เนื่องจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณเป็นความหวังที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการลงทุนของภาครัฐ เมื่อมาเกิดกรณีเสียบบัตรแทนกันที่ส่งผลกระทบต่อร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ก็ทำให้นักลงทุนชะลอดูสถานการณ์ไปอีก เมื่อการเมืองและเศรษฐกิจยอบแยบยังไม่พอ หันมาดูปัญหาสางแวดล้อม คุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 หรือฝุ่นพิษ ที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยอยู่ในระดับที่เกินมาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแก้ไขปัญหาและรับมือในเรื่องนี้ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทั้งที่มีประสบการณ์จากวิกฤติเมื่อปีที่แล้ว

ขณะที่ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อปัญหาดังกล่าวกลับยิ่งเหมือนสุมฟืนใส่ไฟ โดยคราวไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ.นราธิวาส ได้กล่าวกับประชาชนในตอนหนึ่งระบุว่า “PM 2.5 มันขนาดเล็กมีผลต่อผู้อายุน้อยๆ เด็กทารก คนมีครรภ์ คนชรา คนที่มีโรคประจำตัว นอกนั้นแข็งแรงพอสู้ไหวอย่างผม อย่างผมนี่ยังพอไหว ถ้าใครรู้ว่าเสี่ยงก็ปิดจมูก ใส่หน้ากากถ้าคิดว่าตัวเองไม่ปลอดภัย”

นำมาซึ่งเสียงวิจารณ์จำนวนมาก เนื่องจากฝุ่นพิษนันส่งผลกระทบต่อร่างกายแม้จะมีสุขภาพที่แข็งแรง อาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ปอดและหัวใจ หรือสะสมจนเกิดโรคร้ายอย่างมะเร็งได้

เมื่อพิจารณาจากบริบทต่างๆ อาจถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องมาปรับกระบวนท่า ล้างไพ่กันใหม่เพื่อกอบกู้สถานการณ์ของเรือแป๊ะ ให้ฝ่าคลื่นสึนามิศรัทธาของประชาชนไปให้ได้ หากยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน จากที่เคยฝันว่าจะอยู่ยาว ก็อาจจะอยู่ยากก็เป็นได้

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน