"บิ๊กป้อม"นั่งหัวโต๊ะประชุม "คกก.สิ่งแวดล้อม" สั่งการทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแก้ปัญหามลพิษทางฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ เข้มงวดตรวจจับรถควันดำ ด้าน "ทส."ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ PM2.5 พร้อมรายงาน-ชี้แจงปปช.เผย "นายกฯ"เตรียมลงมาดูแลเองหากเข้าขั้นวิกฤติ

วันนี้ (23 ม.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถนนพระราม 6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรุงเทพมหานคร ฯลฯ โดยมี พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมด้วย

ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้เพื่อสั่งการและกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้ว และบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัดตามแผนฯ ที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดในการตรวจจับรถยนต์และรถโดยสารที่ปล่อยควันดำอย่างจริงจังครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ และกรุงเทพมหานครในดำเนินการดังกล่าว รวมทั้งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งคณะทำงานและวอร์รูม (War Room) ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างใกล้ชิด และรายงานชี้แจ้งข้อมูลและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้เข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เพื่อให้ประชาชนได้ปฏิบัติตัวเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในแต่ละระดับที่กำหนดไว้สอดคล้องสถานการณ์ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมให้มีการเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ในการตรวจวัดควันดำให้เพียงพอในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งให้มีการติดตามการดำเนินงานอย่าต่อเนื่องให้การปฏิบัติเป็นไปตามเป้าหมายและแผนที่กำหนดไว้

ส่วนกรณีที่มีการเผาต่าง ๆ รวมถึงการเผาไร่อ้อยนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละพื้นที่พิจารณาสั่งการและดำเนินการตามที่กำหนดการไว้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง และให้เจ้าหน้าที่ทำงานร่วมกับประชาชนทุกฝ่ายเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ให้ลดน้อยลง ทั้งนี้ หากสถานการณ์ระดับที่ PM 2.5 มากกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือเข้าขั้นวิกฤต นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานด้วยตนเอง

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน