เมื่อวันที่ 22 ม.ค.63 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เปิดเผย ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษายกคำร้องพรรคอนาคตใหม่กรณีถูกกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครองตอนหนึ่งในรายการหยิบข่าวมาคุย ว่า ดูเสมือนหนึ่งว่าทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี แต่หากเข้าไปดูในคำวินิจฉัยในเเต่ละเรื่องก็ดูเหมือนกับวินวิน ระหว่างผู้ร้องและผู้ถูกร้อง

ทั้งนี้จากประสบการณ์ของพวกเรา ที่อยู่ในกระบวนการนี้มายาวนาน เวลาที่ศาลยกฟ้องในแต่ละคดี หากมีจำเลยร่วมกันหลายคน ก็จะบอกกับพวกพ้องว่าห้ามใครแสดงความยินดีโดยเด็ดขาด เพราะข้างหน้ายังมีคดีความอยู่ โดยเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ที่เข้าสู่ขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด 3 เรื่องคือ

คดีแรก กรณีการถือหุ้นวีลัค มีเดียของนายธนาธร ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งส.ส. และหลังจากนั้น กกต.ดำเนินคดีทางอาญา รวมถึงการเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองที่ศาลอาญาแผนกคดีเลือกตั้ง, คดีที่สอง คือ นาย ณฐพร โตประยูร ได้ยื่นฟ้องในข้อหาล้มล้างการปกครอง และคดีสุดท้ายคือเรื่องเงินกู้ 191 ล้าน

อย่างไรก็ตามมองว่า ชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่ ยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพียงแต่ขบวนการเรื่องเงินกู้ 191 ล้านจะใช้เวลามากน้อยเพียงใด แต่ถือว่าวันนี้ยังมีโอกาสอีกระยะเวลาหนึ่งที่สามารถมีอิสรภาพทางการเมืองไม่ถูกยุบพรรค

นายจตุพร กล่าวอีกว่า เคยพูดมาตั้งแต่ต้นว่า พรรคการเมืองไม่ควรถูกยุบพรรค และจากการที่เคยอยู่ในพรรคการเมืองที่ถูกยุบมาแล้ว 2 พรรคการเมือง เห็นได้ชัดเจนว่าประชาชน ที่เป็นสมาชิกพรรคนั้นไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่มีความศรัทธาในพรรคการเมืองนั้นๆ กลับต้องสิ้นสภาพความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นไปด้วย จุดยืนผมคือ ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง

สำหรับชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่เปรียบเสมือนไพ่ที่อยู่ในสำรับ บางตาก็ดี บางตาก็ดูเหมือนว่าจะดี แต่ไม่ได้หมายความว่าไพ่ใบต่อไปจะดี เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญก็คิดเช่นเดียวกัน เพราะการยกคำร้องเมื่อวานนี้ เท่ากับเป็นการอธิบายคดีแรกว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังคงมีความยุติธรรม และหากจะลงดาบในเรื่องที่ 3 ก็ไม่สามารถไปกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญได้เหล่านี้คือบริบทของโลกแห่งความเป็นจริง

ส่วนเวลาที่เหลืออยู่พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องคิดหาแนวทางรับมือ และ อย่ามีความเชื่อว่ารอดเมื่อวานนี้แล้ววันพรุ่งนี้จะรอด ดังนั้นการต่อสู้เรื่องคดีเงินกู้นั้นต้องให้ความสำคัญอย่าคิดว่าเมื่อวานนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นเพียงแค่ก้าวย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายด่าน และหนักขึ้นเรื่อยๆ

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน