"ธนาธร" ควง "ปิยบุตร" แถลงขอบคุณ ปชช. หลังรอดยุบพรรคคดีล้มล้างการปกครอง “ปิยบุตร” ชี้รัฐประหาร คือพวกล้มการปกครอง ยันขอให้จบ ไม่ฟ้องกลับ ขณะที่ "ธนาธร" พร้อมลุยงานใน-นอกสภาฯ เดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล

วันที่ 21 ม.ค. ที่ชั้น 5 ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ เวลา 12.45 น. บรรดาแกนนำ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ได้เดินทางลงมาพบปะ ขอบคุณ ประชาชนที่มาให้กำลังใจ จากนั้นเวลา 13.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาแถลงข่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ ยกคำร้องคดีล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยยังคงมีประชาชนร่วมรับฟังการแถลงข่าวจำนวนมาก และทันที่ที่เดินทางมาถึงห้องแถลงข่าวประชาชนต่างตะโกนให้กำลังว่า "ธนาธรสู้ๆ"

นายปิยบุตร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่แรก ยืนยันว่าตน นายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีความคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สิ่งที่เราคิดอยู่ ที่เราทำและดำเนินการอยู่ คือการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้มั่นคงยั่งยืน เพราะระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับรัฐประหาร เผด็จการสืบทอดอำนาจ ทั้งนี้ การรัฐประหาร ยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตั้งตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ต่างหากที่เป็นการล้มล้างการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นจึงไม่ใช่ประชาชน พรรคการเมืองที่คิดล้มล้างการปกครองฯ แต่เป็นกลุ่มบุคคล กองทัพที่ถืออาวุธ และก่อการรัฐประหาร ยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญต่างหากที่เป็นคนล้มล้างการปกครอง

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สัปดาห์นี้ ตนและส.ส.อนาคตใหม่ ได้ยื่นญัตติบรรจุเข้าวาระการประชุมขอให้สภาฯร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการป้องกันรัฐประหาร เพราะเชื่อมั่นว่าประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่สามารถดำรงได้อย่างยั่งยืนมีเสถียรภาพต่อไปได้หากประเทศไทยยังตกอยู่ในวงจรรัฐประหาร วันนี้พวกเราสมาชิก และ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ยังยืนยันเดินหน้าทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ต่อไป นอกจากญัตติดังกล่าวแล้ว ยังมีวาระสำคัญในสภาฯ อีกหลายเรื่อง เช่น การพิจารณากรณีเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเก็บภาษีโรงเรือนที่ดิน เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายองค์กรประสบปัญหา ทำให้รายได้ลดลง และเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรายได้น้อยถูกเก็บภาษีมาก ส่วนคนมีรายได้มากเสียภาษีน้อยกว่า ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยในสภาฯ รวมทั้งญัตติผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เราจะเดินหน้าทำงานอย่างสร้างสรรค์แน่นอน และที่สำคัญยังได้เตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ซึ่งจะยื่นญัตติในสัปดาห์หน้า

“แม้วันนี้ คำร้องยุบพรรคของนายณฐพร โตประยูร จะถูกยกออกไป แต่ยังมีกระบวนการร้องยุบพรรคที่ต้องการทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่ เราเชื่อมั่นว่าการร้องยุบพรรค หรือกระบวนการนิติสงคราม มิใช่หนทางที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยยั่งยืนได้ เราเชื่อมั่นว่ามีแต่การเปิดพื้นที่ทางการเมืองใหม่ๆ เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลต่างๆที่มีความแตกต่างหลากหลายเข้ามาต่อสู้ในระบบรัฐสภา ตามกระบวนการแบบประชาธิปไตยเท่านั้น ถึงจะนำพาประเทศไปสู่ประเทศ ไปสู่อนาคต แบบใหม่ได้”นายปิยะบุตร กล่าว

ด้านธนาธร กล่าวว่า ขอบคุณทุกกำลังใจ ที่เป็นส่วนร่วมผลักดันให้เราก้าวมาถึงจุดนี้ วันนี้ได้รับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่า พรรคอนาคตใหม่เดินต่อไป ดังนั้น ขอสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า จะมุ่งมั่นทำงาน ในสภาฯ อย่างสร้างสรรค์ อย่างมีคุณภาพ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขัน ให้สมกับที่พี่น้องประชาชนไว้ใจพวกเรา การทำงานในสภาฯ เราจะมุ่งมั่นต่อไป เพื่อผลักดันนโยบายของพรรค ตามคำสัญญากับประชาชนเป็นจริง โดยมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติที่ได้เสนอ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช. 17 ฉบับ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิแรงงาน ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ และการยกร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า เราจริงจัง นอกจากนี้ จะทำงานนอกสภาฯ ร่วมกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตนแม้ไม่ได้เข้าสู่สภาฯ แต่จะเดินสายพบปะพี่น้องประชาชนทุกภูมิภาค เพื่อรับฟังปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน พวกเราในฐานะตัวแทนประชาชน จะนำปัญหาต่างๆ มาฝากเพื่อ ส.ส. นำไปผลักดันให้เกิดการแก้ไขต่อไป พร้อมรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนเห็นความสำคัญถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะนำมาซึ่งโอกาสของคนในสังคม เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนร่วมกันว่า สังคม และประเทศแบบไหนที่เราอยากอยู่ร่วมกัน ซึ่งเป็นทางเดียวที่จะพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้งอย่างยาวนาน

“พรรคอนาคตใหม่ คือ การเดินทาง ซึ่งการเดินทางนี้เพิ่งเริ่มต้น จากวันที่จดตั้งพรรค จนมาถึงวันนี้ ยังไม่ถึง 2 ปี ยังมีสิ่งที่เราอยากทำอีกเยอะ และต้องการผลักดัน เราสัญญาจะทำให้เต็มที่ เท่าที่เรามีศักยภาพ เพื่อผลักดันให้สิ่งต่างๆ เหล่านั้น และนโยบายเป็นจริง ให้เราเป็นตัวแทนความฝันของประชาชน ที่ต้องการเห็นประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า ขอบคุณทุกกำลังใจที่ผลักดันให้พวกเรามาถึงที่นี้”นายธนาธร กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคจะมีการพิจารณาฟ้องกลับหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ แต่เชื่อว่ากระบวนการร้องเรียนกันไป ร้องเรียนกันมา เรื่องยุบพรรคไม่เกิดประโยชน์ต่อการเมือง การปกครองของประเทศไทย และประชาธิปไตย ตนคิดว่า ยุติกระบวนการร้อง นักร้อง กระบวนการร้องยุบพรรค ยุติสงคราม และเดินหน้ามาทำงานกันดีกว่า

เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีเงินกู้ นายปิยบุตร กล่าวว่า เราพร้อมที่จะสู้คดี ตามที่ได้ชี้แจงว่า กระบวนการพิจารณาชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ถูกต้องตามระเบียบ ตามข้อบังคับ ตามกฎหมายของ กกต. เช่น หลายคณะอนุฯ ในชั้นของ กกต. มีการยกคำร้องด้วยมติเอกฉันท์ แต่ กกต. ยังคงเดินหน้าร้องยุบพรรคต่อไป ซึ่งเรื่องต่างๆ เหล่านี้ พรรคอนาคตใหม่ ได้ดำเนินการฟ้อง กกต. เป็นคดีอาญา ต่อศาลอาญา แผนกคดีทุจริตประพฤติมิชอบ และทางศาลอาญา กำลังเรียกเอกสารจากทาง กกต. ไปพิจารณา เพื่อชี้ขาดว่าจะรับคำฟ้องนี้ไว้หรือไม่ ส่วนการต่อสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ จะยื่นเอกสารคำให้การต่างๆ และจะร้องขอให้มีการเปิดกระบวนการไต่สวน เพื่อเรียกเอกสาร พยานหลักฐาน พยานบุคคลต่างๆ เข้ามาพิจารณาร่วมกัน มั่นใจว่าคดีเกี่ยวกับการกู้เงิน เราไม่ผิด และไม่เป็นเหตุให่ยุบพรรค เพราะการกู้เงินไม่มีกฎหมายใดห้าม เพราะเงินกู้ไม่ใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สิน ซึ่งขณะนี้มีการทยอยคืนไปแล้วบางส่วน รวมทั้งเรากู้เงินเพื่อทำกิจกรรมพรรคการเมือง ไม่ได้นำไปประกอบธุรกิจ เมื่อกฎหมายไม่เข้า อยากฝากไปถึงบรรดานักร้องว่า เมื่อพิจารณาแล้วกฎหมายไม่เข้า ต้องยอมรับ และยุติ ถ้ามัวจะหาช่องกันแบบนี้ ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ จะไม่เกิด เราไม่เคยปฏิเสธกระบวนการตรวจสอบ พร้อมยื่นอยู่ในที่แจ้งให้ตรวจสอบ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ผิด ท่านต้องยอมรับ

เมื่อถามว่าหลังจากนี้ยังจะเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ยืนยันว่ากิจกรรมทางสังคมที่เข้าร่วม เช่น กิจกรรมวิ่งไล่ลง ไม่ได้เข้าร่วมเพื่อการตัดสินคดีในวันนี้ หรือวันหลัง แต่เข้าร่วมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมทางสังคมขึ้นมา ยังมีการข่มขู่คุกคาม ปิดกั้นการแสดงออกสิทธิเสรีภาพของประชาชนในหลายจังหวัด พรรคอนาคตใหม่ ยืนยันมาตลอดว่า สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในการชุมนุม เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ได้รับการรองรับไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในการประชุมของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ จะมีเชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยพะเยา ที่มีการดำเดนินการกับนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมต่างๆ เหล่านี้ มาชี้แจง ทั้งนี้ การชุมนุม การแสดงออกทางสังคม สิ่งใดที่ตนคิดว่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ พร้อมที่จะเข้าไปร่วม ในฐานะประชาชนคนธรรมดาต่อไป

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน