เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 20 มกราคม 2563 พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทร์ทาทุม ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับรายงานจากศูนย์วิทยุ191ว่ามีผู้แจ้งเหตุมีคนยิงกันภายในร้านห้องแถวที่เปิดขายพลุตะไล บ้านเลขที่90 และ 90/1 ถนนทักษิณ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
จึงรีบรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมชุดสืบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ แพทย์โรงพยาบาลชัยภูมิและหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ

ในที่เกิดเหตุพบเป็นห้องแถวใจกลางเมืองอยู่ห่างจาก ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิเพียง300เมตร ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าเปิดขายพลุดอกไม้ไฟ ภายในร้านดังกล่าวพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือดอยู่ภายในร้านและมีชายอาการคล้ายคนเมานอนกอดผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหายใจระรินอยู่ ทราบชื่อผู้ประกอบเหตุต่อมาคือนายชูเกียรติ วงศ์สุข อายุ 52 ปี(สามี) ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ก่อเหตุออกและเร่งช่วยกันปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ2รายสาหัส1ราย ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลชัยภูมิ เป็นการด่วน

แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการสาหัสและทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อต่อมาคือนางนฤมล วงศ์สุข อายุ 51 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 90/1 ถนนทักษิณ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ(ผู้เสียชีวิต)

จากการตรวจสอบร่างกายผู้เสียชีวิตเบื้องต้นพบในตัวมีบาดแผลการถูกยิง จำนวน12 จุดคือบริเวณใต้หน้าอก1จุดและหน้าท้องพุงจำนวน11 จุดขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บอีก1รายซึ่งเป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิตยังได้ผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลต่อไป

ส่วนผู้ประกอบเหตุซึ่งเป็นสามีของผู้เสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปควบคุมไว้ที่ สภ.เมืองชัยภูมิ

จากการสอบถามไปยังเพื่อนบ้านที่อยู่ในระแวกเดียวกันเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ประกอบเหตุและผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นสามีและภรรยากันนั้น ช่วงหลังๆได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง และ ครั้งนี้สามีเมามาจากข้างนอกและขับรถมาด้วยความใว ก่อนจะได้ยินเสียงปืน ก่อนที่ตนจะรีบวิ่งออกมาดูพบสามียิงภรรยาแล้ว ก่อนที่จะนอนกอดภรรยาข้างกาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล และ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในที่เกิดเหตุทางด้าน พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทร์ทาทุม ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และ เก็บปอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 12 ปลอกไปตรวจสอบ พร้อมจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและภายในร้านถึงสาเหตุการณ์ก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนผู้ประกอบเหตุ เจ้าหน้าที่จะต้องรอให้หายมึนเมาเสียก่อน ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการณ์ก่อเหตุในครั้งนี้ต่อไปอีกด้วย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน