กรมชลประทาน เดินหน้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ พร้อมวอนหากทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด มั่นใจมีน้ำเพียงพอใช้ถึงต้นฤดูฝนหน้า

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน กรมชลประทาน ได้ดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตามนโยบายของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีความห่วงใยในพี่น้องประชาชนที่อาจจะประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะน้ำประปาและอุปโภคบริโภค

โดยที่จ.เลย โครงการชลประทานเลย ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 11 เครื่อง เพื่อช่วยเหลือภัยแล้ง ด้านอุปโภคบริโภค นอกเขตชลประทาน ในพื้นที่ อ.เมืองเลย ส่วนที่จ.บึงกาฬ โครงการชลประทานบึงกาฬ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 10 เครื่อง เพื่อช่วยเหลือภัยแล้งอุปโภค-บริโภค นอกเขตชลประทาน ในพื้นที่ อ.เซกา ที่จ.สกลนคร โครงการชลประทานสกลนคร ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 7 เครื่อง เพื่อช่วยเหลือภัยแล้ง ทั้งนอกเขตและในเขตชลประทาน ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ที่จ.หนองคาย โครงการชลประทานหนองคาย ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รวม 12 เครื่อง เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ภัยแล้ง ทั้งนอกเขตและในเขตชลประทาน ในเขต อ.เมืองหนองคาย เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละพื้นที่ หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือเรื่องน้ำกินน้ำใช้ สามารถติดต่อประสานขอความช่วยเหลือได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้านได้ตลอดเวลา

ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงแนวทางในการช่วยเหลือการประปาส่วนภูมิภาคสาขาฉะเชิงเทรา ที่ปัจจุบันกำลังประสบกับปัญหาน้ำดิบเพื่อผลิตประปาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราว่า กรมชลประทาน ได้ร่วมหารือกับการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อวางมาตรการในการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำดิบผลิตประปา โดยเบื้องต้นจะเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จากนั้นจะเพิ่มการรับน้ำเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสักผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ พร้อมกับเพิ่มปริมาณน้ำผ่านประตูระบายน้ำพระนารายณ์ เพื่อลำเลียงน้ำลงสู่ทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง นอกจากนี้ ยังจะพิจารณาเพิ่มการระบายน้ำผ่านคลอง 29 ไปลงคลองระบายน้ำที่ 15 คลองระบายน้ำที่ 13 คลองบึงฝรั่ง และคลองพระองค์ไชยานุชิต ตามลำดับ คาดว่าจะมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับผลิตประปาในเขตพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวคลองส่งน้ำต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น ให้งดการใช้น้ำในระยะนี้ ยกเว้นการใช้น้ำเพื่อผลิตประปาตามรอบเวณที่กำหนดไว้ พร้อมกันนี้ ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอใช้ไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า

กองทุนประกันวินาศภัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน