วันที่ 3 ม.ค.63 ที่ สตม.สวนพลู พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ ผกก.2 บก.สส.สตม.ร่วมแถลงข่าวจับกุมชาวต่างด้าวสัญชาติเวียดนามทั้งหญิงชายจำนวนกว่าร้อยคนกำลังเปิดเพลงเต้น ดื่มเบียร์ ดื่มเหล้า อยู่ในอาการเมามาย

พ.ต.อ.อาภากร กล่าวว่าตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.สตม.ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีคนต่างด้าวมามั่วสุมที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งริมถนนพัฒนาการ จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าเป็นผับแบบเฉพาะกลุ่มเปิดบริการให้เข้าเฉพาะคนต่างด้าวสัญชาติเวียดนามเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น.จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน เข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในเขตสวนหลวง กทม. ซึ่งด้านหน้าเป็นประตูเหล็ก มีคนต่างด้าวคอยเปิดปิดประตู จากการตรวจสอบพบวัยรุ่นต่างด้าวสัญชาติเวียดนามทั้งหญิงชายจำนวนกว่าร้อยคนกำลังเปิดเพลงเต้น ดื่มเบียร์ ดื่มเหล้า อยู่ในอาการเมามาย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดแล้วตรวจสอบเอกสารการเดินทาง บางส่วน ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ จึงได้เชิญตัวมายัง สตม.เพื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง ผลการตรวจสอบพบว่ามีหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 11 คน และการอนุญาตสิ้นสุด (overstay) จำนวน 6 ราย

นอกนั้นมีเอกสารการเดินทางถูกต้องซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและทำประวัติบุคคลเก็บไว้ การสืบสวนทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นต่างด้าวเวียดนามกลุ่มนี้จะใช้อาคารพาณิชย์ดังกล่าวนี้เปิดเป็นแหล่งมั่วสุมดื่มสุรากัน หลังจากที่สถานบันเทิงปิดบริการ โดยจะทยอยเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่สงสัย เมื่อมั่วสุมได้ระยะเวลาหนึ่ง ก็จะย้ายไปสถานที่อื่น

พ.ต.อ.อาภากร กล่าวอีกว่า การสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้เกิดจากการแจ้งเบาะแสของประชาชน มายัง ผบช.สตม. ท่านจึงได้สั่งการให้ไปยัง ผบก.สส.สตม. ให้ดำเนินการ โดยสนธิกำลังกับ สน.คลองตัน เพื่อกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งมั่วสุม ซึ่งการมั่วสุมของคนต่างด้าวหากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทยได้

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน