นายกฯ ร่วมโครงการ "ปีใหม่ปลอดภัยเมาไม่ขับ" ขอทุกฝ่ายช่วยลดอุบัติเหตุ -สูญเสียให้ได้ บอกตายคนเดียวก็เสียใจ เพราะคือครอบครัว เผย ปีใหม่ไม่ไปไหน พร้อมสวดมนต์ให้คนไทยปลอดภัย ขณะที่มูลนิธิเมาไม่ขับ เพิ่มโทษติดคุก 12-15 ปี ไม่รอลงอาญา

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่อาคารผู้โดยสารภาคกลาง ชั้น 1 สถานีขนส่งหมอชิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานก่อนรณรงค์ลดอุบัติเหตุปีใหม่ปลอดภัย เมาไม่ขับ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และ น.พ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ประธานคณะกรรมการจัดโครงการปีใหม่ เมาไม่ขับ ร่วมโครงการ ทั้งนี้สถิติอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่เมื่อปี 2562 พบว่ามีคนไทยเสียชีวิต 463 คนบาดเจ็บ 3,892 คน สาเหตุหลักใหญ่เกิดจากการเมาแล้วขับรถเร็ว ง่วงแล้วขับ และขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด การไม่สมหมวกกันน็อก การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร

ขณะที่ นพ.แท้จริง กล่าวว่า มูลนิธิเมาไม่ขับ ได้ทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์และนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อขอเสนอให้พิจารณาแก้ไขบทลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับชนคนตาย จากจำคุกตั้งแต่ 3- 10 ปี เป็นจำคุกตั้งแต่ 12 -15 ปี แม้ผู้ก่อเหตุรับสารภาพและศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ก็ยังต้องถูกจำคุกอย่างน้อย 5 ปีซึ่งตามกฏหมายไม่สามารถรอลงอาญาได้ จะส่งผลให้ผู้ที่เมาแล้วขับเกิดความเกรงกลัว เนื่องจากมีบทลงโทษที่รุนแรง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีฐานะเช่นไรก็จะได้รับโทษจำคุกเสมอกัน

“ปีใหม่ 2563 นี้มูลนิธิเมาไม่ขับขอเสนอให้กรณีที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเสียชีวิต ต้องมีการสอบสวนดำเนินคดีกับสถานประกอบการและร้านค้าด้วย นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯ ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อเมาแล้วขับเพื่อให้คำแนะนำปรึกษา ในการต่อสู้คดีกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อโดยทีมทนายอาสาไม่คิดมูลค่า ซึ่งสามารถติดต่อขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ เบอร์โทรศัพท์ 081-4439953 ID ไลน์ 08144399530 ช่วยเหลือเหยื่อเมาแล้วขับ” น.พ.แท้จริงกล่าว

โดยทันทีที่นายกฯ ฟังรายงานจากนพ.แท้จริงเสร็จ ก็ได้กล่าวแซวว่า "ถ้าไม่แน่จริงคงไม่ชื่อนี้ ผมอยากจะเปลี่ยนชื่อเหมือนกันเป็นจริงใจ เข้าท่าไหม เพราะใจนายกฯ ไม่มีอะไร มีแต่อยากให้ทุกคนปลอดภัยและเดินไปข้างหน้า"

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานว่า สำหรับมาตรการป้องกันและดูแลความปลอดภัย ไม่ใช่แค่เทศกาลปีใหม่ แต่ต้องหามาตรการที่เหมาะสมทุกอย่าง โดยการผสมผสานบูรณาการจากเจ้าหน้าที่ทั้งหมด รวมถึงการจราจรและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งยังมีความขัดแย้ง เช่น เมาแล้วบอกไม่เมา ขนาดเป่าแล้วเดินไม่ตรงก็ยังบอกไม่เมา เจ้าหน้าที่ก็โดนเล่นงาน แต่ตอนนี้ดีที่มีกล้องจำนวนมาก ขออย่าขัดแย้ง แต่ต้องช่วยกันป้องปราม ที่สำคัญคือต้องแก้ที่ต้นทาง ขณะที่วันนี้มีการสูญเสีย 30 ต่อ 1 แสนคน ซึ่งตามปฏิญญามอสโก ต้องลดลงให้เหลือ 20 คน แต่สำหรับตนไม่ว่าจะ 10 คน 20 คน หรือจำนวนเท่าไหร่ก็รู้สึกเสียใจที่เห็นคนพิการนั่งรถเข็น อีกทั้งการสูญเสียก็มีทั้งผู้ขับขี่มอไซค์ รถส่วนตัวและรถโดยสาร ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่ควรสูญเสียต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ต่อให้มีเครื่องมือมากมายหรือมีมาตรการใดออกมาก็ไม่สามารถแก้ไขได้ หากไม่เริ่มแก้ที่จิตสำนึกทุกคน โดยยึด 3 อย่าง คือ รักตัวเอง รักครอบครัวและรักคนอื่นที่ขับรถบนท้องถนน ต้องไม่ดื่มแล้วขับโดยเฉพาะพลขับ เพราะไม่ได้ตายคนเดียว จะพาคนอื่นตายด้วย จึงต้องรับผิดชอบคนอื่นด้วย ทำไมเราไม่ทำให้เทศกาลหรือวันหยุดต่างๆเป็นเทศกาลแห่งความสุข และประเทศเราถนนหนทางดีกว่าหลายประเทศ เมื่อถนนดี รถเยอะขึ้น มีบิ๊กไบค์อะไรต่างๆ มีคนเจ็บคนตาย ดังนั้นทุกคนต้องมีสติ ไม่เช่นนั้นพระก็ช่วยไม่ได้ ถ้าขับ เกิน 80 พระไม่อยู่ หลวงพ่อคูณก็กระโดดแล้วบอก"กูก็ไม่อยู่หรอก" อย่างไรก็ตามปัญหาทุกปัญหาเกี่ยวพันยึดโยงกันทั้งหมด ซึ่งปัญหาประเทศชาติมีมากมาย รัฐบาลพยายามทำทุกอย่าง แต่พวกเราต้องร่วมมือด้วย ตนคาดหวังว่าปีใหม่นี้ต้องลดอุบัติเหตุและความสูญเสียให้ได้มากที่สุดเป็น 0 เปอร์เซ็นจะได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้เริ่มติดตามผลแล้ว ขอให้ลดให้ได้มากที่สุดหรือไม่ให้เกิดขึ้นเลย

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนก้าวพลาดที่กระทรวงกลาโหม เพราะใจตนคิดเร็วมาถึงที่นี่ จึงก้าวพลาดทำให้เจ็บขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร จึงได้แต่โทษตัวเองคิดเร็วไปทำให้ไม่มีสติ ดังนั้นทุกคนต้องคิดแบบมีสติ นึกถึงหน้าลูกและภรรยาด้วยบางอย่างมันรวดเร็วไม่ทันระวัง ขณะเดียวกันต้องถอดบทเรียนที่ผ่านมา พร้อมนำแบบอย่างที่ดีของต่างประเทศมาปรับใช้ ซึ่งเวลาไปต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรป ตนไม่เห็นมีการปาดซ้ายแซงขวามากนัก แต่ก็ไม่ได้โทษมอเตอร์ไซค์ โทษใครไม่ได้ ตนรักทุกคนอยู่แล้ว เพราะทุกคนคือครอบครัวคนไทย วันนี้ต้องสร้างครอบครัวของเราให้ได้ คือครอบครัวประเทศไทย ซึ่งเวลามีคนอวยพรปีใหม่ให้ตนและครอบครัว ก็จะบอกว่าวันนี้ครอบครัวตนใหญ่ขึ้น เป็นครอบครัวครม.และคนทั้งประเทศ ถ้าทุกคนรู้สึกว่าเราคือครอบครัวเดียวปัญหาจะแก้ได้หมด ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ตนไม่ได้เดินทางไปไหน แต่จะคอยติดตามผล พร้อมสวดมนต์ให้ทุกคนปลอดภัยให้ประเทศมั่นคงและมั่งคั่งเพราะนี่คือประเทศของเรา

นายกฯ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับสั่งถึงความห่วงใยมาถึงประชาชนชาวไทย ดังนั้นขอให้ทุกคนช่วยรักษาความปลอดภัยในทุกเทศกาล โดยต้องลดการบาดเจ็บสูญเสียให้ได้ ขอให้ทุกคนน้อมรับไว้ใส่เกล้า

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ปี 63 ขอของขวัญปีใหม่คนไทยทุกคนให้มีสติ ขับรถปลอดภัย ไม่ดื่มสุรา ไม่คุยโทรศัพท์ขณะขับรถ รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ถ้าทำได้ ปีใหม่จะเป็นเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริง และหวังว่าปีหน้าเราจะมีความสุขมากกว่าปีนี้ ซึ่งความสุขอยู่ที่ใจและอยู่ที่ความพอเพียง ซึ่งน่าจะภาคภูมิใจมากกว่าคนรวยที่ทุจริต และย้ำเรื่องการขับรถเร็วและขับอย่างคึกคะนอง ขณะที่รถทัวร์โดยสารตนอยากฝากให้ช่วยคิดว่า รถมีความสูงเกินไปไม่เหมาะเดินทางไกลหรือไม่ ควรปรับให้ปลอดภัยขึ้น

"ผมไม่พูดอะไรให้เสียหาย แต่เราทุกคนต้องปรับตัว ทั้งรัฐ เอกชนและประชาชน เพราะวันนี้โลกไม่เหมือนเดิม ขอให้เทศกาลปีใหม่นี้เป็นเทศกาลแห่งความสุขและความปลอดภัยบนท้องถนน และมีความสุขกับที่บ้าน วันนี้ทุกอย่างต้องสร้างความเข้าใจเราจะขัดแย้งกันไม่ได้ ตนขอขอบคุณฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละ รวมถึงกำลังทหารกว่าหมื่นคนที่ดูแลชายแดน เขาอยู่มาเป็นปีๆ ไม่ได้กลับบ้าน ถือเป็นการเสียสละ ถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีเรา มีการสูญเสียมากกว่านี้ รวมถึงเรื่องอธิปไตย เพราะนี่คือครอบครัวคนไทย ใครตายแม้แต่คนเดียวผมเสียใจ เพราะทุกคนเป็นคนไทย"นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ในตอนท้ายนายกฯ กล่าวว่า ขอให้สื่อทุกคนช่วยกันประชาสัมพันธ์ และขอให้ถือว่านายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรี ได้ฝากชีวิตไว้ด้วยกับทุกคนและขอให้คิดว่านายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีทั้งหมดนั่งรถไปด้วยก็แล้วกัน จะได้ระมัดระวังกัน ไม่อยากให้เคารพกฎหมายเพียงอย่างเดียว จิตใจก็ต้องพร้อมยอมพลีในการดูแลคนอื่นด้วย