จากการประชุมเตรียมความพร้อมรัยเทศกาลปีใหม่เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พลเอก ประวิตร ได้กล่าวกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นภารกิจสำคัญ ที่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และวันขึ้นปีใหม่ 2563 ซึ่งจะมีวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ รวม ๕ วัน พี่น้องประชาชนในกรุงเทพส่วนใหญ่ จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีอากาศหนาวเย็น

ในขณะเดียวกัน ก็จะมีมิจฉาชีพที่เข้ามา ฉวยโอกาสประทุษร้ายต่อทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ นอกจากนี้อาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์หรือก่อเหตุร้ายทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ให้เกิดความวุ่นวายหรือให้ประชาชน มีความหวาดระแวง ขาดความเชื่อมั่น ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และอาจบิดเบือนเชื่อมโยงไปถึงการบริหารงานของรัฐบาล ก่อให้เกิดความเสียหายในภาพรวม

ดังนั้น เพื่อให้รัฐบาลและพี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่าจะสามารถพักผ่อนและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้อย่างปลอดภัยโดยรัฐบาลได้วางมาตราการดังนี้

๑. ให้ทุกหน่วยอำนวยความสะดวก ในการเดินทางของพี่น้องประชาชนให้เรียบร้อย วางแผนจัดการจราจรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา รถติดสะสมเส้นทางคมนาคมหลักที่จะเดินทาง ไปภาคเหนือ จะต้องวางแผนให้รอบคอบจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล มีป้ายแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนน เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เส้นทางตรงที่ระยะยาวที่ผู้ขับขี่อาจหลับใน ต้องมีจุดบริการ ให้เหมาะสม แต่ต้องไม่ถี่จนทำให้เกิดปัญหา รถติด ทุกพื้นที่ต้องเตรียมทางเลี่ยงหรือเส้นทางสำรองไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินให้เรียบร้อย และต้องประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง

๒. หน่วยงานด้านการข่าวจะต้องเพิ่มความเข้มในการทำงานเชิงรุก เพื่อป้องกันเหตุ ประชาคมข่าวกรองต้องเกาะติดสถานการณ์ และกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด จำกัดเสรีภาพ ในการเคลื่อนไหวและสร้างสถานการณ์ ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้อง ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ระมัดระวังไม่ให้ออกไปก่อเหตุนอกพื้นที่ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน และทางน้ำ ต้องตั้งด่าน จุดตรวจให้ครอบคลุม ถ่ายรูปทำประวัติเพื่อเป็นการป้องปรามและ ใช้ประโยชน์ในการสืบสวน

๓. ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งของราชการและเอกชนในสถานที่สำคัญทุกแห่ง ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และมีความเชื่อมโยง ทางยุทธวิธี เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดต้องพร้อมและติดตามสิ่งผิดปกติอย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอดเวลาโดยเฉพาะในเวลากลางคืน ถ้าตรวจพบบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัยต้องรีบแจ้งให้กำลังในพื้นที่ตรวจสอบพิสูจน์ทราบโดยเร็วที่สุด ในการดำเนินการต่อวัตถุต้องสงสัยที่อาจเป็นวัตถุระเบิดต้องปฏิบัติตามยุทธวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

๔. ให้ทุกหน่วยนำบทเรียนที่เกิดขึ้นมาเป็นกรณีศึกษาในการวางแผนป้องกันเหตุ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน ในช่วงวันหยุดยาว ทั้งในเรื่องของอุบัติเหตุ บนท้องถนน การสร้างสถานการณ์ด้วยรูปแบบต่างๆ และอาชญากรรมทุกประเภทเน้นอาชญากรรม ที่เกี่ยวกับทรัพย์ และการคุมคามทางเพศ รวมทั้งการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน และการใช้อาวุธปืน อาวุธสงครามในการก่อเหตุ

๕. ทุกหน่วยด้านความมั่นคงจะต้องบูรณาการแผนและการปฏิบัติให้มีความเชื่อมโยง ไม่ซ้ำซ้อน โดยการตั้งจุดตรวจร่วมหรือจุดให้บริการร่วมกัน ซึ่งแต่ละหน่วยก็สามารถให้บริการ ตรวจตรา ให้คำแนะนำและบังคับ ใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วย ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยสูงสุด

๖. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยทำตัว ให้เป็นแบบอย่าง ลงพื้นที่ดูแลประชาชนและกำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทุ่มเท เสียสละ เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ พลเอกประวิตร ยังกล่าวเสริมอีกว่า ในการใช้รถใช้ถนน ขอให้ผู้ใช้รถอย่าขับรถเร็ว และอย่าดื่มสุราขณะขับรถ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุอันจะนำไปสู่การสูญเสีย และเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกเส้นทางจราจร. และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน