สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางภาคใต้ โดยปกติจะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี แต่ในปีนี้ช่วง 11 เดือนแรกโตเพียง2-3 % เท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวชูโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นคนไทยเที่ยวไทย โดยเฉพาะเกาะสมุยในปีที่ผ่านมามีสัดส่วนผู้เยี่ยมเยือนเป็นชาวไทย15% ขณะที่ชาวต่างชาติมีถึง 85%โดยมีนักท่องเที่ยวเยอรมันจีนยุโรปตะวันออกออสเตรเลียและอังกฤษเดินทางมาเป็นอันดับตันๆ แต่จากสภาวะการแข่งขันในด้านการท่องเที่ยวในระดับโลกทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวตามเงินบาทที่แข็งค่า โดยมีปัจจัยภายใน คือ การขยายตัวของสถานประกอบการด้านที่พักเป็นจำนวนมาก กลายเป็นผลกระทบที่ส่งผลถึงจำนวนนักท่องเที่ยว

แนวโน้มเศรษฐกิจที่ทรุดตัว

ทั้งนี้ นายนิธี สีแพร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวภูมิภาคภาคใต้ภาพรวมการท่องเที่ยว 14 จังหวัดช่วงเดือนตุลาคม 2562 ว่า ตัวเลขอัตราการเข้าพักทั้งคนไทย และชาวต่างชาติเฉลี่ย 65.19% เพิ่มขึ้น 0.46% มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่ประมาณ 4.17 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 5.34% ก่อให้เกิดรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 7.3หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.38% ทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเกาะสมุย 5 อันดับแรก คือ 1.เยอรมันจำนวน 392,095 คน 2.จีน จำนวน 334,099 คน 3.ยุโรปตะวันออกจำนวน 245,987 คน 4.ออสเตรเลียจำนวน 197,772 คน และ 5.อังกฤษจำนวน 155,359 คน ส่วนตัวเลขเฉพาะคนไทยนั้น มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 65.19% เพิ่มขึ้น 0.46% นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่ประมาณ 1.7 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 4.97% ก่อให้เกิดรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 1.11 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.67%

แต่จาก สถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าประมาณ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบถึงการท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่นิยมมาเที่ยวไทย ซึ่งในเรื่องนี้ นายวรสิทธิ์ ผ่องคำพันธ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากที่คาดการณ์ตลอดปี 2562 มีนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.3 ล้านคน ลดลงเหลือเพียง2แสนคน รวมถึงกำลังการใช้จ่ายลดลงประมาณ 20 % ซึ่งทำให้เห็นสัญญาณของเศรษฐกิจที่ค่อนข้างทรุดตัวเป็นอย่างดี

ผลกระทบจากการแข่งขัน

ด้าน นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งภาครัฐ และเอกชนในกลุ่มสมาคมการท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ร่วมกันพัฒนาและส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวจนทำให้จังหวัดสุราษภร์ธานีมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับ 3ของภาคใต้ในปี 2560 รองจากจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ ซึ่งรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวหลักมาจากเกาะสมุย แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีเรื่องค่าเงินบาทแข็งตัว และห้องพักที่มีมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจึงทำให้ผู้ประกอบการบางรายได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม นายกิตติสติเว่น ธาระพุทธิ ผู้จัดการทั่วไปบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมาผลประกอบการของบริษัทฯ ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมารายได้ลดลงประมาณ 4-5% แต่ปีนี้ลดถึง 10-11% เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวหลัก อย่าง ยุโรป เยอรมันลดลงจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมผนวกกับเงินบาทแข็งค่ายิ่งทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงอยากจะให้ทางภาครัฐช่วยเข้ามาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องเงินบาทแข็งค่า พร้อมกับช่วยเหลือด้านน้ำมันเฉพาะอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งจากที่ผ่านมานโยบายภาครัฐที่ออกมาช่วยเหลือไม่ตรงจุด จึงทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ควร

ส่วน นายวิรัช พงศ์ฉบับนภา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัทพาวิลเลี่ยน สมุย วิลล่า แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า ปัญหาการท่องเที่ยวของเกาะสมุยขณะนี้คือปัญหานักท่องเที่ยวลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่าเกาะสมุยมีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก ขัดกับความเป็นจริงที่นักท่องเที่ยวน้อย และปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งทำให้ส่งผลกระทบกับการตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะสมุยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อีกทั้งด้วยสถานการณ์ปัจจุบันเกาะสมุยมีห้องพักมากกว่า 3 หมื่นห้อง จึงทำให้เกาะสมุยมีความต้องการปริมาณนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มปริมาณเข้าพักยังเกาะสมุยได้นั้น คือ ต้องเพิ่มช่องทางการเข้ามายังเกาะสมุยด้วยการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเกาะสมุยกับแผ่นดินใหญ่ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน รวมทั้งจัดตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อให้การพัฒนาการท่องเที่ยวได้ยั่งยืน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน