อ.ส.ค.เร่งติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริม “ฟาร์มโคนมขนาดเล็ก”ในโรงเรียน พร้อมขยายผลผุดหลักสูตร“ห้องเรียนศาสตร์พระราชา” สอนวิชาการผลิตโคนมในโรงเรียน หวังให้เด็กนักเรียนได้สัมผัสกระบวนการเลี้ยงและรีดน้ำนมโคแบบครบวงจร มุ่งสืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทานของรัชกาลที่ 9 ให้มีความยั่งยืนตลอดไป

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ต.พังขว้าง อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) พร้อมคณะผู้บริหารอ.ส.ค ได้เดินทางมาติดตามความก้าวหน้า ”โครงการศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดการศึกษาการเลี้ยงโคนมในโรงเรียน”แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือระหว่าง อ.ส.ค กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานในพื้นที่

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. กล่าวว่า ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้โรงเรียนต่างๆในชุมชนมีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ“โคนมอาชีพพระราชทาน” เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสกระบวนการเลี้ยงและรีดนมโคแบบครบวงจร เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กนักเรียนหันมาสนใจและใส่ใจในอาชีพการเลี้ยงโคนมมากขึ้น เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทานของรัชกาลที่ 9 ให้มีความยั่งยืนตลอดไป รวมทั้งมีความเข้าใจและเชื่อมั่นในขบวนการผลิตโครงการอาหารเสริม(นม) โรงเรียนก่อนนำมาแจกจ่ายให้เด็กดื่มกินซึ่งถือเป็นโครงการภายใต้นโยบายสำคัญรัฐบาลมากยิ่งขึ้น

นโยบายดังกล่าวถือว่าสอดคล้องกับแนวการดำเนินงานของ อ.ส.ค. ที่ได้ส่งเสริมโคนมอาชีพพระราทานมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนมจากรุ่นสู่รุ่นโดยการสร้างเยาวชนให้มีความสนใจและภาคภูมิใจในอาชีพการเลี้ยงโคนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน เพื่อสืบสานแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและเพื่อให้เด็กรุ่นหลังได้รับการเรียน การสอน และการปลูกฝังอาชีพการเลี้ยงโคนมจากโรงเรียน

โดยในปี 2558 อ.ส.ค.ได้สนับสนุนให้มีฟาร์มโคนมขนาดเล็กในโรงเรียนเพื่อใช้เลี้ยงโคนมใน “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี” นำร่องเป็นโรงเรียนแรก ภายใต้ “โครงการศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดการศึกษาการเลี้ยงโคนมในโรงเรียน” โดยบูรณาการความรวมมือระหว่าง อ.ส.ค กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานในพื้นที่

จากนั้นในปี 2559 ได้สนับสนุนโคสาวท้องแรก 5 ตัวกับโรงเรียนมูลค่า 250,000 บาท และเงินสนับสนุนในการจัดตั้งฟาร์มโคนมมูลค่า 400,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่นักเรียน ได้มีองค์ความรู้ด้านโคนม ที่สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจนเกิดทักษะทางด้านการเลี้ยงโคนมที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และเพื่อให้นักเรียนได้นำความรู้และทักษะไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์และขยายผลการเลี้ยงโคนมในพื้นที่ จากนั้นในปี 2560 ได้สนับสนุนงบประมาณในการต่อเติมโรงเรือนของศูนย์เรียนรู้ฯ จำนวน 500,000 บาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์เรียนรู้ฯให้มีมาตรฐานมีพื้นที่รองรับปริมาณโคนมที่เพิ่มขึ้น

ในปี 2562 อ.ส.ค.ได้เปิดหลักสูตร “ห้องเรียนศาสตร์พระราชา” โดยมีวิชาหลักคือวิชาการผลิตโคนม และได้มอบโคนมทั้งที่เป็นแม่โคและลูกโครวม 13 ตัวให้กับโรงเรียน ซึ่งจากผลดำเนินการให้น้ำนมดิบเฉลี่ย 35 กก.ต่อวัน รายได้เข้าโครงการประมาณ 13,000 บาท/เดือน โดยได้รับความอนุเคราะห์หญ้าแห้งจากกรมปศุสัตว์ปีละ 500-600 ฟ่อน รวมทั้งเข้ามาดูแลรักษาและผสมเทียม ส่วนอาหารข้นทางโรงเรียนจะซื้อเองโดยใช้งบประมาณจากรายได้โครงการ นอกจากนี้โรงเรียนยังได้ปลูกหญ้าสดเพื่อใช้เป็นอาหารโคนมจำนวน 3 แปลงพื้นที่ประมาณ 10 ไร่

สำหรับแนวทางขับเคลื่อน สืบสาน รักษา ต่อยอดในอนาคต อ.ส.ค.มีแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพโครงการและพัฒนาวิธีการให้ทันสมัยแตกต่างจากรูปแบบเดิม เช่น การถ่ายทอดให้ความรู้โดยการนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการฟาร์ม การดูแลสุขภาพให้ความรู้ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง โดยให้ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้การเลี้ยงโคนมมากยิ่งขึ้น เพื่อปลูกฝังโคนมอาชีพพระราชทานแก่เด็กและเยาวชนนำไปสืบสาน ต่อยอดตามพระราชปณิธาน ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้เป็นอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืนของไทยตลอดไป

“อ.ส.ค" จะเร่งเดินหน้าขับเคลื่อน ต่อยอด ขยายผลตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนมจากรุ่นสู่รุ่น โดยการสร้างเยาวชนให้มีความสนใจและภาคภูมิใจในอาชีพการเลี้ยงโคนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานและสามารถนำไปขยายผลในชุมชนต่อไปรวมทั้งเห็นความสำคัญโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนของรัฐบาลอีกทางหนึ่งด้วย” ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าว