พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Tawee Sodsong - พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ระบุข้อความว่า...

การออกเสียงถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญก็จริง แต่ต้องรักษาไว้ซึ่งอุดมการณ์และนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน
ตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ 1 คน ได้รวมฝ่ายรัฐบาลเพิ่มองค์ประชุมเพื่อล้มการตั้งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ(กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2562 นั้น
ทั้งที่ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 62 ฝ่ายค้านชนะการลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ด้วยคะแนนเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ. 234 คน ไม่เห็นด้วย 230 คน แต่ต่อมาพรรคร่วมรัฐบาลขอนับคะแนนใหม่ แต่องค์ประชุมฝ่ายรัฐบาลไม่ครบองค์
ประเด็นดังกล่าวพรรคประชาชาติ มีความเห็นว่า มติที่ออกเสียงลงคะแนนไปแล้วไม่มีข้อสงสัยหรือกระทำมิชอบแต่อย่างใดและประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ประกาศผลมีความสมบูรณ์ จึงเป็นมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯชอบแล้ว ดังนั้น การประชุมสภาฯ ในวันหลังถัดจากนั้นที่มีสมาชิกบางคนเพิ่มจากที่เคยประชุมครั้งก่อนจึงไม่ถือว่าเป็นการเป็นการนับคะแนนใหม่แต่เป็นการประชุมเพื่อลงมติใหม่ซึ่งไม่น่าทำได้เพราะไม่ชอบด้วยข้อบังคับ
พรรคประชาชาติมีนโยบายด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีภารกิจที่จะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน รวมถึงประกาศและคำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ด้วย เพื่อแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ การเอาเปรียบกดขี่ การกระทำทุจริต และความขัดแย้งในสังคมต้องใช้กระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช้วิธีการแก้ไขโดยใช้กำลังหรืออำนาจเผด็จการที่ไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย หรือกระทำการใด ๆ ให้ประชาชนหวาดกลัวและจำยอม
กรณีที่สมาชิกฯ ดำเนินการต่างไปจากมติและนโยบายพรรค ขอเรียนว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 124 ได้บัญญัติ “สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใด ๆ มิได้”
กรณีที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันให้การคุ้มครองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มากเกิน จนตัดอำนาจการตรวจสอบและถ่วงดุลจากประชาชนและพรรคการเมือง ในกรณีสมาชิกฯ ผู้ไม่รักษาอุดมการณ์ และไม่ทำตามนโยบายที่ให้ประชาชน ทำให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนด้อยไปจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ เป็นเรื่องที่ควรจะนำไปเสวนาศึกษาให้กว้างขวางต่อไป และประเด็นที่เกิดขึ้นครั้งนี้ท่านหัวหน้าพรรคให้นำเป็นวาระประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อร่วมกันพิจารณาและตรวจสอบข้อเท็จจริงในการประชุมประจำสัปดาห์ครั้งต่อไปด้วยแล้ว
ทั้งนี้ขอตั้งข้อสังเกตุต่อกรณีปัญหาการลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการใช้อำนาจของคสช. ในครั้งนี้ ทำไมถึงมีความพยายามให้นับคะแนนใหม่ หากเทียบกับกรณีที่ฝ่ายค้านโดยพรรคประชาชาติและพรรคอนาคตใหม่ ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการ EEC รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งรัฐบาลชนะด้วยมติ 231 ต่อ 223 พรรคฝ่ายค้านก็ไม่ได้นำมาเป็นประเด็นในการขอนับคะแนนใหม่อย่างที่รัฐบาลทำในครั้งนี้ จึงน่าคิดว่า ทำไมรัฐบาลถึงไม่ยอมให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาม.44 และในวันที่ 3 ธันวาคม ก่อนหน้า 1 วัน พล.อ.ประยุทธ์ฯ นายกรัฐมนตรีมีการจัดเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเล็ก ๆ มีการประกาศชัดเจนในเรื่องนี้ ทำให้สงสัยได้ว่า คำสั่ง คสช. ที่ผ่านมานั้น มีการแอบแฝงผลประโยชน์ใดหรือไม่ นี่จึงเป็นสิ่งที่ควรต้องตรวจสอบ

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน