เดินหน้าพลิกฟื้นผืนดินด้วยแนวคิดเกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์ 4.0 พร้อม Kick Off หว่านเมล็ดต้น "ปอเทือง" บนพื้นที่นากว่า 115 ไร่ เมื่อต้นปอเทืองออกดอกจะเป็นพื้นที่สร้างสีสันการท่องเที่ยวริมถนนสายหลัก เมื่อไถกลบจะเป็นการบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสดแบบวิถีเกษตรอินทรีย์ งานนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์โชว์ฝีมือทั้งหว่านเมล็ดปอเทืองและขับรถไถนาไถกลบด้วยตนเองด้วย

วันนี้ (4 ธ.ค. 62) ที่บริเวณพื้นที่นาบ้านตาลวก หมู่ที่ 11 ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานแถลงเปิดตัวโครงการเกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์ 4.0 ร่วมกับ นายฉลาด แก้วขาว เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ ถึงการตั้งใจที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการเดินหน้าผลักดันสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งให้กับการทำการเกษตรกรรรมแบบวิถีเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดสุรินทร์เป็นไปอย่างมีระบบและครบวงจรห่วงโซ่แห่งคุณค่า ประกอบด้วยต้นทาง คือ การพัฒนาปัจจัยพื้นฐานการผลิต องค์ความรู้และข้อมูลที่จำเป็น กลางทาง คือ การผลิตตามหลักเกษตรอินทรีย์ การตรวจรับรอง แปรรูป เพิ่มมูลค่า และปลายทาง คือ ระบบขนส่ง การตลาด พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งตั้งมั่นว่าจะนำพาเกษตรอินทรีย์ วิถีสุรินทร์กลับมาในแบบยุค 4.0

จากนั้น ช้างน้อยถือตะกร้าใส่เมล็ดต้นปอเทือง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนจิตอาสา และเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมกันหว่านเมล็ดต้นปอเทืองลงบนพื้นที่แปลงนาจำนวนกว่า 115 ไร่ ติดกับถนนเส้น 214 สุรินทร์ - ปราสาท ซึ่งทางนายอำเภอปราสาท นายประภาส ศรีจันทร์เวียง ได้ขอความสมัครใจจากเจ้าของพื้นที่นาเพื่อหว่านเมล็ดต้นปอเทือง เพื่อเป็นการรณรงค์การใช้ปุ๋ยพืชสดในการบำรุงผืนดินด้วยวีถีเกษตรอินทรีย์ และเมื่อต้นปอเทืองเจริญเติบโตและออกดอกสีเหลืองเต็มพื้นที่นา จะเพิ่มสีสันสวยงามกับผืนนาที่แห้งแล้งให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับผู้สัญจรผ่านเส้นทางถนนสายหลักได้เข้าไปถ่ายรูปเช็คอิน รวมทั้งจะเป็นแหล่งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และเมื่อถึงช่วงไถกลบ ปอเทืองจะเป็นปุ๋ยพืชสดบำรุงดินได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมีได้อีกด้วย งานนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์โชว์ฝีมือทั้งหว่านเมล็ดปอเทืองและขับรถไถนาไถกลบด้วยตนเองด้วย...

โดยจะมีการส่งเสริมให้ปลูกในพื้นที่นา 2 ข้างทางของถนนสายหลักในเขตอำเภอปราสาท อำเภอเมือง อำเภอจอมพระ และอำเภอท่าตูม ในระยะแรก เพื่อจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวถ่ายรูปทุ่งปอเทือง ก่อนที่จะมีการรณรงค์ต่อเนื่องให้ครอบคลุมทุก 17 อำเภอของจังหวัดสุรินทร์ ที่มีพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 3 ล้านไร่ ได้หันมาสนใจและเดินรอยตามวิถีเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดสุรินทร์ต่อไปให้มากที่สุด