เมื่อเวลา 15.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงการคลัง ได้มีร่างกฎกระทรวง 1 เรื่องคือร่างพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) และร่างกฎกระทรวงที่จะต้องจะต้องจัดทำ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดิน และส่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ที่ ครม.เห็นชอบทั้งหมด 3 ฉบับ เรื่องนี้มีการอนุมัติหลักการไปเมื่อครม.ชุดที่แล้ว เมื่อวันที่ 21 พ.ค. เมื่อครม.มีมติเห็นชอบไปแล้ว ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ และพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน ตอนนี้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว วันนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงส่งเรื่องให้กับกระทรวงการคลังพิจารณา และยืนยันเสนอครม.อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกระทรวงการคลังยืนยันให้ทำตามร่างพ.ร.ฎ.จำนวน 3 ฉบับ และจะทำให้พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ มีผลบังคับใช้สมบูรณ์ โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะเริ่มจัดเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป โดยกระทรวงการคลังได้แจ้งให้ที่ประชุมครม. ให้ทราบว่า ได้ดำเนินการตามมาตรา 32 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงิน การคลัง เรียบร้อยแล้ว

นางนฤมล กล่าวว่า กฎหมายทั้ง 3 ฉบับมีสาระสำคัญดังนี้ คือ ฉบับที่ 1 เป็นร่างพ.ร.ฎ.ลดภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ที่จะลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามฐานภาษีที่กำหนดไว้ เป็นกรณีที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา และได้มาทางมรดก อีกกรณีคือ ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่ผลิตไฟฟ้า หรือใช้ประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตไฟฟ้า ที่จะลดภาษีในอัตราร้อยละ 50และจะลดภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างร้อยละ 90 ในกรณีอสังหาริมทรัพย์รอการขาย ของสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น และที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นโครงการจัดสรรเพื่อที่อยู่อาศัย หรืออุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่จะใช้ประโยชน์ในกิจการโรงเรียนเอกชน และสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีทั้งหมด 8 หมวดที่จะไดรับส่วนลดร้อยละ 90

นางนฤมล กล่าวอีกว่า ฉบับที่ 2 ร่างกฎกระทรวง งด หรือลดเบี้ยปรับ เป็นการลดเบี้ยปรับของภาษีที่ค้างชำระกรณีที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างถูกยึด หรือายัดตามกฎหมาย โดยผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีสามารถยื่นคำร้องต่อผู้บริหารท้องถิ่น ภายในวันที่ 31 มกราคม ของปีภาษีนั้นๆ เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นมีคำสั่งงดเบี้ยปรับ นับแต่วันที่มีคำสั่งยึด หรืออายัด

นางนฤมล กล่าวว่า ฉบับที่ 3 คือ ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ในการการคำนวณมูลค่าที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ ตรงนี้เป็นการกำหนดให้การคำนวณมูลค่า แบ่งออกดังนี้ คือ กรณีที่มีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ให้พนักงานประเมินเทียบเคียงกับที่ดินใกล้เคียง ส่วนที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างประเภทอื่น ให้พนักงานใช้ราคาที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กรมธนารักษ์ส่งให้เป็นฐานในการคำนวณ หมวดที่เป็นสิ่งปลูกสร้างอื่นที่ไม่สามารถเทียบเคียงตามบัญชีฯ ได้ ก็ให้พนักงานประเมินแจ้งให้เจ้าของนำส่งเอกสาร หรือว่าหลักฐานแสดงมูลค่าของสิ่งปลูกสร้าง เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดราคาต่อไป