วันที่ 3 ธ.ค.62 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 แถลงข่าวจับกุม ร้าน BEDROOM SPA (เบดรูมสปา) เปิดบริการเป็นร้านนวดสปา โดยมีการโฆษณาเผยแพร่ภาพและเชิญชวนในลักษณะค้าประเวณีและสนองทางเพศ

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่าตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม1 ได้สืบทราบข้อมูลจากสื่อโซเชียลว่า มีร้าน BEDROOM SPA (เบดรูมสปา) เปิดบริการเป็นร้านนวดสปา โดยมีการโฆษณาเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่าน ทางเว็บไซต์ http://www........clubwebboard.net/ ซึ่งมีลิงค์เชื่อมโยงกับเว็บบอร์ดของร้านได้ โดยที่ทางร้านได้โฆษณาเผยแพร่ภาพของหญิงสาววัยรุ่นจำนวนหลายคน พร้อมข้อความเชิญชวนในลักษณะค้าประเวณีและสนองทางเพศในรูปแบบอื่นอย่างโจ่งแจ้ง อีกทั้งยังมีข้อความระบุว่าหญิงสาววัยรุ่นตามภาพนั้นเป็นเด็กนักเรียนมัธยม มีหมายเลขโทรศัพท์แอปพลิเคชั่นไลน์ของร้าน ไว้เป็นช่องทางติดต่อในการส่งภาพถ่ายพนักงานนวดให้ลูกค้าเลือกก่อนมาใช้บริการ ซึ่งภาพถ่ายพนักงานนวดส่วนใหญ่จะเป็นหญิงสาวหน้าตาดี แต่งกายวาบหวิว เสื้อผ้าน้อยชิ้น และเน้นโชว์สรีระรูปร่าง บริเวณหน้าอก และบั้นท้าย เป็นส่วนใหญ่เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าให้สนใจมาใช้บริการ

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวน บก.ตม1 จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุม โดยให้สายลับติดต่อกับทางร้านผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ของทางร้านเพื่อขอใช้บริการ ซึ่งทางร้านได้ส่งข้อมูลราคาค่าบริการพร้อมภาพพนักงานนวดเด็กสาวให้เลือกก่อนมาใช้บริการจริง โดยสายลับได้เลือกติดต่อพนักงานนวดที่เข้าข่ายอายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 3 คน คือ น้องเอ น้องบี และน้องซี (นามสมมุติ) อัตราค่าบริการคนละ 1,900 บาท/ชั่วโมง รวมเป็นเงิน 5,700 บาท โดยที่เด็กสาวจะให้บริการโดยใช้มือและปากสำเร็จความใคร่ให้กับลูกค้า แต่ถ้าหากลูกค้าต้องการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาวด้วย จะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้เด็กสาวอีก ในอัตรา 1,500 – 3,000 บาท แล้วแต่จะตกลงราคากันได้ สายลับได้โอนเงินค่ามัดจำในการจองก่อนเป็นเงิน 1,000 บาท ผ่านทางบัญชีธนาคารฯ ของนายแมน (นามสมมุติ) (ผู้ถูกจับ) และเมื่อสายลับเดินทางไปถึงร้านดังกล่าวตามเวลาที่นัดหมายกับทางร้าน ได้พบ นายแมน ซึ่งแสดงตนเป็นผู้ดูแลร้านและได้เรียกพนักงานนวดทั้ง 3 คนที่สายลับได้เลือกไว้มาต้อนรับที่บริเวณห้องโถงรับแขก สายลับจึงได้มอบธนบัตรจำนวน 4,900 บาท (ค่าบริการพร้อมทิปซึ่งได้ลงประจำวันไว้แล้ว) มอบให้แก่นายแมน จากนั้นสายลับได้ขึ้นไปที่ห้องนวด ซึ่งอยู่ชั้น 2 ของร้านพร้อมกับพนักงาน และเมื่อทราบแน่ชัดสายลับได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่เฝ้าอยู่ให้เข้าทำการจับกุม ขณะเข้าทำการจับกุมพบภายในร้านมีหญิงสาววัยรุ่นรอให้บริการกับลูกค้าอีกประมาณ 10 คน ซึ่งบางคนแต่งเครื่องแบบของสถาบันการศึกษาระดับต่างๆด้วย และจากการตรวจค้นบริเวณเคาน์เตอร์คิดเงินและตรวจค้นตัวนายแมน พบสมุดลงเวลาการทำงานของพนักงานในร้าน จำนวน 2 เล่มวางอยู่ในลิ้นชักเคาน์เตอร์คิดเงิน และพบธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้ออยู่ภายในกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายของนายแมนพบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งภายในเครื่องมีรูปภาพเปลือยของเด็กสาวและพนักงานหญิงของร้านจำนวนมากนอกจากนี้ยังพบถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วอยู่ในถังขยะในห้องนวดอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวน บก.ตม1 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ถูกจับ ทราบว่า “ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบทางเพศรูปแบบอื่น, เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปซึ่งเด็กเพื่อให้เด็กนั้นจะทำการค้าประเวณี แม้เด็กนั้นจะยินยอมก็ตาม, เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร โดยกระทำแก่เด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีแม้เด็กนั้นจะยินยอมก็ตาม, บังคับขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด, ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” ส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป