เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.62 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5รอบ2เมษายน2558มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา2561 – 2562เป็นวันแรก โดยปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร รวมทั้งสิ้น 9,356 คน ประกอบด้วย ระดับปริญญาเอก 80คน ปริญญาโท303คน และปริญญาตรี 8,973คน ซึ่งปีนี้กำหนดให้มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร 2 วัน ระหว่างวันที่ 2 – 3 ธ.ค.62

ในการนี้ นายสราวุธ เบญจกุล นายกสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้น รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กราบบังคมทูลเบิกพระสงฆ์ผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร และพระสงฆ์ผู้ได้รับรางวัลพระธาตุนาดูน ทองคำ คือ พระเทพสิทธาจารย์ (น้อย ญาณวุฑฺโฒ ) ประเภทบุคคลดีเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาขาบำเพ็ญประโยชน์และมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ 2คน ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และ ศ.ดร.สายหยุด จำปาทอง ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นประจำปี ซึ่งถือเป็นบุคคลที่สร้างคุณงามความดี ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ สมควรได้รับพระราชทานรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ ได้แก่ นายทองใส ทับถนน ประเภทบุคคลดีเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาขาทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีนโยบายส่งเสริมและเชิดชูเกียรตินักวิจัย ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ในวงวิชาการหรือสังคมวิชาการทั่วไป ตลอดจนเพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการทำงานวิจัย และสมควรได้รับพระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรติ ดังนี้

รางวัลนักวิจัยดีเด่น สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ รศ.ดร.พรรณวดี จุรีมาศ
รางวัลเชิดชูเกียรติพันธกิจสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยกับชุมชน (MSU Engagement Thailand) ได้แก่ ผศ.ดร.สุพรรณ ยั่งยืน
รางวัลเชิดชูเกียรตินักประดิษฐ์คิดค้นดีเด่น ได้แก่ ผศ.ดร.อาทิตย์ ฉิ่งสูงเนิน

จากนั้นอธิการบดีกราบบังคมทูลเบิกผู้เข้ารับพระราชทานทุนภูมิพล ประจำปีการศึกษา2562 จำนวน33คน โดยวันแรกมีผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ทั้งระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรีรวม 2,345 คน

ภายหลังพิธีพระราชทานปริญญาบัตร  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ใจความว่า

“ความรู้ที่บัณฑิตได้รับจากการศึกษาในมหาวิทยาลัย  กล่าวได้ประกอบกันขึ้นจาก 3ส่วน ส่วนหนึ่ง  คือความรู้ที่ได้มาจากการถ่ายทอดโดยตรงของครูอาจารย์ผู้สอน  ส่วนหนึ่ง  คือความรู้ที่ได้มาจากการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม  ไม่ว่าจะด้วยการอ่านตำรับตำรา  การสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ  การติดตามข้อมูลข่าวสาร  หรือการสังเกตศึกษาสิ่งรอบตัว  อีกส่วนหนึ่ง  คือ  ความรู้ที่ได้มาจากการฝึกหัดปฏิบัติ  ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดกับผู้ที่ได้ปฏิบัติร่วมกัน

ความรู้ทั้ง 3 ส่วนนี้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง  ที่ไม่มีใครสามารถแย่งชิงไปจากบัณฑิตได้  เพียงแต่ทุกคนจะต้องถือเป็นหน้าที่อย่างสำคัญ  ที่จะต้องรักษาสิ่งที่มีอยู่  สร้างเสริมเพิ่มพูนให้มีมากขึ้น  และนำไปใช้สร้างสรรค์ประโยชน์ให้เจริญงอกงาม  หากบัณฑิตตั้งใจพยายามปฏิบัติให้ได้ดังนี้  ความรู้ที่แต่ละคนอุตส่าห์สร้างสมอบรมมา  ก็จะไม่เสื่อมไป  และไม่สูญเปล่ามีแต่จะหนักแน่นขึ้น  กว้างขวางเพิ่มพูนขึ้น  และก่อประโยชน์อันแท้จริงและยั่งยืน  ทั้งแก่ตนเอง  แก่ส่วนรวม  และแก่ชาติบ้านเมือง”

...