ปี่กลองการเมืองในเมืองผู้ดี อังกฤษ ณ ชั่วโมงนี้ ต้องบอกว่า เริ่มเร่งจังหวะ เชิดฉิ่ง กันแล้ว เพราะเหลือเวลาที่จะเปิดคูหา ให้โอกาสชาวประชา ได้ไปใช้สิทธิ์อีกเพียง 10 วันเท่านั้น คือ วันพฤหัสบดีที่ 12 ธ.ค. ที่จะมาถึง

ก็ส่งผลให้บรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ พากันเร่งเครื่องรณรงค์หาเสียงกันจ้าละหวั่น เพื่อไขว่คว้าหาคะแนนเสียงมาเป็นของตนให้ได้

โดยพรรคการเมืองที่ตบเท้าเข้าสู่สมรภูมิศึกเลือกตั้ง ที่กำลังจะมีขึ้นในครั้งนี้ กอปรด้วย สองพรรคการเมืองใหญ่ที่ขับเคี่ยวกันตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา ได้แก่

“พรรคอนุรักษ์นิยม” ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ภายใต้การนำโดย “นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน” หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน

“พรรคแรงงาน” ฝ่ายค้านพรรคสำคัญ โดยการนำของ “นายเจเรมี คอร์บิน” หัวหน้าพรรค

นอกจากนี้ ยังมีพรรคการเมืองย่อยๆ อื่นๆ ได้แก่ พรรคเสรีประชาธิปไตย พรรคเบร็กซิต พรรคกรีน พรรคชาตินิยมสก็อต หรือพรรคเอสเอ็นพี พรรคชาตินิยมเวลส์ หรือพรรคพีซี

ทั้งนี้ บรรยากาศการชิงชัยในช่วงระหว่างการรณรงค์หาเสียงนี้ ก็ต้องบอกว่า เป็นไปอย่างดุเดือดเข้มข้น โดยประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสัประยุทธ์กัน หลักๆ ก็เป็นเรื่องนโยบายเกี่ยวกับการถอนตัวของอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิต ซึ่งประชาชีชาวเมืองผู้ดี ก็จับตามองไปที่สองพรรคใหญ่ คือ พรรคอนุรักษ์นิยม และพรรคแรงงาน เป็นหลัก

โดย “พรรคอนุรักษ์นิยม” นั้น ทาง “นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน” ได้รณรงค์หาเสียงว่า ถ้าพรรคฯ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นรัฐบาลต่ออีกสมัย ก็จะยังคงเดินหน้าที่จะนำพาอังกฤษออกพ้นจากสมาชิกภาพของอียู หรือเบร็กซิต ภายในวันที่ 31 ม.ค. ปีหน้านี้อย่างแน่นอน

ขณะที่ “พรรคแรงงาน” ภายใต้การนำของ “นายคอร์บิน” ก็รณรงค์หาเสียงว่า หากพรรคได้รับเลือกตั้ง พลิกจากฝ่ายค้านจนได้เป็นรัฐบาล ก็จะให้ประชาชาวเมืองผู้ดี ได้มีสิทธิ์ออกเสียงลงประชามติกรณีเบรกซิตกันอีกครั้ง คือ จะยังคงอยู่เป็นสมาชิกภาพของอียูต่อไป หรือจะพ้นจากอียู ก็ให้ชาวอังกฤษ ได้กำหนดอนาคตประเทศของพวกเขาเองกันใหม่

นอกจากนี้ ก็ยังมีประเด็นเรื่องสังคม และเศรษฐกิจ การสร้างงานให้ประชาชนได้มีงานทำ และการส่งเสริมสวัสดิการของประชาชน อันรวมไปถึงด้านสาธารณสุข โดยในประเด็นนี้ ถึงขนาดมีคนไม่พอใจในการทำงานด้านนี้ของรัฐบาล จนแสดงออกมาในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ลงพื้นที่หาเสียงกันเลยทีเดียว

ดังในรายของนางพยาบาลรายหนึ่ง ที่ไม่ยอมจับมือกับนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน กระทั่งเขาต้องเอ่ยปากให้คำมั่นสัญญาว่า จะเปิดอัตรานางพยาบาลใหม่จำนวน 50,000 อัตรา นางพยาบาลดังกล่าว จึงยอมจับมือด้วย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เขาไปรณรงค์หาเสียงที่โรงพยาบาลชุมชนเวสต์คอร์นวอลล์ ในเพนแซนซ์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ว่ากันถึงคะแนนนิยมของแต่ละพรรค ปรากฏว่า ตามการสำรวจความคิดเห็นของสำนักโพลล์ต่างๆ ก็ยังยกให้พรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล มีคะแนนนิยมนำหน้าเหนือกว่าพรรคอื่นๆ ถึงแม้ว่า ช่องว่างของคะแนนที่ได้ เริ่มแคบลงกว่าที่ผ่านๆ มา สำหรับการสำรวจโพลล์ครั้งล่าสุด

ยกตัวอย่างการสำรจของ “ยูกัฟ” หนึ่งในสำนักชื่อดัง ระบุว่า พรรคอนุรักษ์นิยม มีคะแนนนิยมอยู่ที่ร้อยละ 43 นำหน้าเหนือพรรคแรงงาน ที่ได้ร้อยละ 32 ห่างกัน 11 จุด ลดลงจากครั้งก่อน 14 จุด

ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ได้แก่ พรรคเสรีประชาธิปไตย ได้ร้อยละ 14 และมีพรรคการเมืองที่ได้ร้อยละ 3 เท่ากัน 3 พรรค คือ พรรคเบร็กซิต พรรคกรีน และพรรคชาตินิยมสก็อต หรือพรรคเอสเอ็นพี ขณะที่ พรรคชาตินิยมเวลส์ หรือพรรคพีซี ได้ร้อยละ 1

เมื่อกล่าวถึง จำนวน ส.ส.ที่จะได้เข้าไปนั่งในสภาจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ปรากฏว่า พรรคอนุรักษ์นิยมของรัฐบาล กลับได้รับการคาดหมายว่า จะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น คือ จาก 315 ที่นั่งของเดิม ก็จะได้เพิ่มมาเป็น 359 ที่นั่ง โดยเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 44 ที่นั่ง สวนทางแตกต่างกับพรรคแรงงาน ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะได้ ส.ส. ลดลง คือ เพียง 211 ที่นั่งเท่านั้น จากสมัยที่แล้วที่เคยได้ 262 ที่นั่ง ซึ่งถือว่า ลดลงจากเดิมถึง 51 ที่นั่ง

ทั้งนี้ หากเป็นไปตามความคาดหมายข้างต้น ก็จะถือว่า เป็นชัยชนะในผลงานการเลือกตั้งที่ดีสุดของพรรคอนุรักษ์นิยม นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2530 เป็นต้นมาเลยทีเดียว และจะเป็นการกลับมาเป็นรัฐบาลของอังกฤษอีกสมัย คือ การเลือกตั้งครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปี และส่งผลให้การเบรกซิตของอังกฤษ เดินหน้ามีผลต่อไปในวันที่ 31 ม.ค.ปีหน้าตามกำหนดการ

อย่างไรก็ดี อังกฤษจะดำเนินไปตามครรลองนั้นจริงหรือไม่ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธ.ค.นี้ ประชาชาวเมืองผู้ดีจะเป็นให้คำตอบ