ม็อบสตรีกทม. อุ้มลูกวัยเดือนเศษ คนท้อง ให้กำลังใจ "มนัญญา" ลั่นไม่ท้อต่ออุปสรรค ระบุมีคนบอกแต่แรก แบนยาก รับเงินง่ายกว่า ส่วนกรมวิชาการเกษตร ชง กอ.วัตถุอันตราย ขยายเวลาแบนสาร 3 โมเดล 1-6 เดือน

วันที่ 27 พ.ย.ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายสตรีในชุมชนกทม. กับมูลนิธิเครือข่ายหญิงชายก้าวไกล ทั้งมีแม่อุ้มลูกชายแบเบาะวัยเพียงเดือนเศษ และหญิงตั้งครรภ์ เดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ น.ส.นนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ชูป้าย ติดแฮทแท็กเซฟมนัญญา ให้เดินหน้าแบน 3 สารต่อไปเพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย เมื่อน.ส.มนัญญา มาถึงกระทรวงเกษตรฯ ได้รีบลงจากรถมาอุ้มเด็กชาย พร้อมกับกล่าวขอบคุณทุกคนที่มายืนเคียงข้าง จะเดินหน้าทำในเรื่องที่ดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ ไม่ท้อต่ออุปสรรคที่เข้ามาด้วยความมุ่งมั่นสิ่งที่ทำจะเกิดสิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศและคนไทย

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีคนบอกแล้วว่า ถ้ารัฐมนตรีจะรับเงินง่ายกว่า แต่รัฐมนตรีแบนทำยาก ถามว่ารับเงินแล้วไปทำอะไรเงิน แต่แบนสารพิษมีผลประโยชน์กับผู้หญิง และเด็กที่กำลังจะเกิดมาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจดีสมองดี เรื่องการแบนสารมีผลประโยชน์กับประชาชนทุกคน

“ดูสิเด็กเล็กๆ เขารับรู้อะไร อยู่ดีๆมารับสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำเอาไว้ พี่ไปอ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เด็กนักเรียนที่นั่นน่าสงสารมาก ทางสาธารณสุขไปตรวจเลือด พบมีสารตกค้างปนเปื้อนในเลือด ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่อึดใจ จะรู้มติการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย พี่ไม่หนักใจเพราะยืนยันทุกอย่างทำเพื่อสุขภาพพี่น้องคนไทยได้ผลักดันการแบน 3 สาร เต็มที่แล้ว ไม่ว่าผลออกมาอย่างไรจะเดินหน้าต่อไป"รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันนี้ กรมวิชาการเกษตรเสนอให้ยืดระยะเวลาหลังจากแบนสาร 3 โมเดล ได้แก่ 1.ยืดจากมีประกาศแบนไป 1 เดือน 2.ยืดไป 3 เดือน และ3.ยืดไป 6 เดือน

ด้าน น.ส.อังคณา อินทะสา ตัวแทนมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ระบุว่า การเดินทางมาครั้งนี้ต้องการให้กำลังใจน.ส.มนัญญา หลังถูกโจมตีจากฝ่ายสนับสนุนให้ใช้สารเคมี เพื่อให้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อป้องกันสุขภาพประชาชนต่อไป และถือเป็นความกล้าหาญทางนโยบายที่จะถูกบันทึกไว้ เพราะมีกลุ่มที่เสียประโยชน์จากการแบนครั้งนี้ต้องการขัดขวางและยืดเวลาออกไปอีก 6 เดือน

"ไม่ควรมีการขยายเวลาต่อไปอีก ในฐานะผู้บริโภคต้องการวัตถุดิบที่ปลอดภัยในการทำอาหาร และผลักดันการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อลดการใช้สารเคมี"น.ส.อังคนา กล่าว

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน