จากกรณีมีการเปิดเผยเรื่องราวของ นายคริช (นามสมมติ) หนุ่มวัย 27 ปี ซึ่งถูกหญิงที่ใช้ชื่อว่า ครูวา สาวสองเจ้าของฉายา นางฟ้าไบค์เกอร์ หลอกให้รักหวังใช้ชีวิตคู่ ก่อนจะรู้ความจริงว่าเธอไม่ใช่หญิงแท้ และฉกเอาทรัพย์สินไปหลายรายการมูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาทตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. 25 พ.ย.62 นายธัญญฐิชา อัมพวัน หรือครูวา ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เมฆษา สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ ร้อยเวรเจ้าของคดีเพื่อชีแจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าตนเองไม่ได้หลอกใครและตามที่นายคริช ผู้เสียหายกล่าวอ้างและไม่เป็นความจริงตนเคยบอกกับนายคริช แล้วว่าตนเป็นสาวสอง ไม่ใช่ผู้หญิง ส่วนทรัพย์สินของนายคริช ที่สูญหายตนไม่รู้เรื่องว่าใครเป็นคนเอาไป ขณะที่ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เมฆษา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้แสดงหลักฐานเป็นภาพถ่ายที่ขึ้นเป็นโปรไฟน์ในเฟสบุ๊คซึ่งเป็นรูปที่ครูวา แต่งกายในชุดข้าราชการครูและประดับเครื่องหมายเจ้าพนักงาน ให้กับครูว่าดู พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า ผู้ใดไม่มีสิทธิที่จะสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมาย หรือไม่มีสิทธิใช้ยศตำแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 146 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งในเบื้องต้นครูวา ยังให้การปฎิเสธโดยอ้างว่าเป็นการแต่งเพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนเท่านั้น ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้นัดสอบปากคำครูว่าในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่ครูวา จะเดินหลบสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันจำนวนมากออกไปทางประตูหลังของโรงพักไป โดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

ขณะเดียวกันนายคริช ผู้เสียหายหลังทราบข่าวได้เดินทางมาที่โรงพัก สภ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อมาพบตัวครูวา แต่ปรากฏว่ามาไม่ทันครูว่าได้หลบสื่อมวลชนออกไปทางประตูหลังโรงพักกลับไปแล้ว

โดยนายคริช ผู้เสียหายได้เล่าว่า หลังจากที่ครูวาได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อทีวีในเรื่องต่าง ๆ ตนเห็นว่าเป็นการพูดไม่ตรงความจริงสักอย่าง เขาก็แถไปเรื่อย ๆ ความจริงไม่มีเลย อย่างที่เขาบอกพ่อผมว่า ทองไม่รู้อยู่ไหน ก็เลยเบี่ยงเบนว่าทองไม่ได้หายอะไร แต่จริงแล้วมันหายจริง ๆ มันหายไปบ้านที่เขานอนอยู่มันจะมีใครเอาไปได้นอกจากเขา และตอนที่มาลงบันทึกประจำวันไว้ตนก็ไม่ได้ระบุลงไปว่าเป็นตัวเขาเป็นคนเอาไป ซึ่งตอนนั้นที่มาลงบันทึกประจำวันไว้ว่าลักทรัพย์ของในบ้านไป และอีกประเด็นตัวเขากับเราตอนที่คบหากันจนมาอยู่กินด้วยกันเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นนาย ตนยืนยันว่าไม่รู้จริง ๆ มารู้ในช่วงหลังแล้วที่มีคนส่งข้อมูลมาให้ พอตนเริ่มรู้ตนก็เริ่มไม่พูดไม่คุยด้วย และเริ่มห่างกันออกไป และมารู้ตอนหลังตอนที่เขาไปแล้ว และของมันหาย ของของเราไม่เท่าไหร่แต่อันนี้เป็นของพ่อแม่เรา ส่วนประเด็นที่เขาจะเป็นนายหรือเป็นนางสาว ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก แต่ที่ตนติดใจคือเรื่องของที่หายไป และถ้าถามว่าทำไมถึงมั่นใจว่าเป็นเขา เพราะกรณีอย่างนี้ มีคนที่เข้ามาหาตนมีหลายคนมากที่เขาโดนลักษณะแบบนี้ แต่เขาไม่กล้าที่จะมาแจ้งความซึ่งเท่าที่ดูพฤติการณ์เหมือนว่าเขาตั่งใจที่จะมาหลอก แล้วเขาก็ใส่ชุดข้าราชการด้วยทุกครั้งที่มาหาตน ซึ่งมีทั้งชุดขาวชุดข้าราชการ แล้วมาหลอกว่าอยู่ที่โรงเรียนแถวจังหวัดสมุทรปราการ

กองทุนประกันวินาศภัย