ผู้การฯขอนแก่น เรียกประชุมด่วนชุดสืบสวนสอบสวนคดีสาวพิการหลอกโกงร่วมลงทุนลอตเตอรี่ ยืนยัน คดีไม่เกี่ยวข้องเป็นแชร์ลูกโซ่ พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 22 พ.ย.2562 ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เรียกประชุม คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีฉ้อโกงประชาชน กรณีชาวบ้านในอ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นางสุพักตร์ ประทุมมา หรือนางแดง สาวพิการชาว อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังก่อเหตุหลอกลวงประชานในพื้นที่ อ.สีชมพู ร่วมทุนค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมี พ.ต.อ.เด่นพงษ์ วรรณพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไตรธรรม ผกก.สภ.สีชมพู และพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า กรณีชาวบ้านในอ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นางสุพักตร์ สาวพิการขาชาว อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นั้น จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องและรับแจ้งความมีตั้งแต่เดือน ก.พ. 2561 ซึ่งล่าสุดการที่ชาวบ้านได้รวมตัวกันเป็นหมู่คณะเข้าแจ้งความอีกครั้ง พบว่าผู้ที่ถูกกล่าวหามีเพียงสาวพิการเพียงคนเดียว โดยยังไม่พบบุคคลอื่นเพิ่มเติม

" ขณะนี้มีชาวบ้านที่มีหลักฐานครบเข้าแจ้งความจำนวน 18 ราย มูลค่าความเสียหาย 15 ล้านกว่าบาท ซึ่งเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีให้สาวพิการเพียงบัญชีส่วนชาวบ้านรายอื่นที่อยู่ในพื้นที่ อ.สีชมพู แต่ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่อื่นนั้น ให้กลับมาแจ้งที่ สภ.สีชมพู เพราะเรามีคณะทำงาน ที่พร้อมจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทุกราย”

ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ในคดีของสาวพิการถูกกล่าวหาว่าโกงเงินจากการร่วมทุนขายสลากฯนั้น ขณะนี้ทราบเพียงว่า มีผู้เสียหายในพื้นที่อ.สีชมพูเท่านั้น แต่จะมีที่อื่นด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่มีรายงานเข้ามา และไม่ได้รับการประสานจาก สภ.ใด หรือหน่วยงานใด แต่ถ้าหากมีผู้เสียหายในท้องที่อื่น ที่ถูกสาวพิการโกงในลักษณะเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่ อ.สีชมพู ก็ให้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ ที่อาศัยอยู่ได้เช่นกัน และแจ้งความให้เร็วที่สุด เพื่อให้เจ้าน้าที่ตำรวจ ทำการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป ส่วนชาวบ้านที่ได้ทำธุรกรรมทางการเงินกับสาวพิการ ที่มีความสงสัยหรือคิดว่าจะเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงประชาชนนั้น สามารถเข้า ปรึกษากับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพูได้

“คดีที่สาวพิการถูกกล่าวหานั้นยังไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่ไปที่มาของเส้นทางการเงินของสาวพิการรายดังกล่าว ว่าเมื่อมีเงินเข้าบัญชีแล้ว มีการโอนให้ใครบ้าง รวมถึงการตรวจสอบกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลว่าหญิงพิการรายนี้ ได้โควต้าสลากฯตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ ส่วนการเสนอให้ผลประโยชน์ 10%นั้นเป็นการให้ที่อยู่นกรอบของกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็ต้องพิจารณาดูว่า มีความผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงิน (พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน) หรือไม่”