2สาวประเภทสอง นำภาพกล้องวงจรปิดหน้าเวทีคอนเสิร์ตหมอลำในงานงิ้ว อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ เผยแพร่ ตามหา 2 คนร้ายเข้าสนิทขณะ 2 สาวดูการแสดงหมอลำดังภาคอีสาน ก่อนลวงเข้ารีสอร์ทถูกวางยาสลบรูดทรัพย์สูญเงินสด สร้อยคอทองคำ รวมมูลค่าเกือบแสนบาทหนีลอยนวล นำไปภาพวงจรปิดไปแจ้งความคดีไม่คืบหน้า รุดพึ่งสื่อมวลชนช่วยตามหาคนร้ายและความคืบหน้าของคดีด้วย

วันนี้ ( 16 พ.ย.62 ) ผู้สื่อข่าวได้รับการ้องเรียนจาก นายอรรถพล อายุ 18 ปี และนายธีรวัฒน์ ลาภเงิน อายุ 26 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 123.ม.5 ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ซึ่งทั้ง 2 คนยอมรับว่าเป็นสาวประเภทสอง ได้นำภาพจากกล้องจรปิดหน้าเวทีคอนเสิร์ตหมอลำในงานงิ้วประจำปีที่จัดขึ้นที่ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ตั้งช่วงของคืนวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา เพื่อนำมาให้ผู้สื่อข่าวช่วยดูและเผยแพร่ช่วยตามหาชาย 2 คนร้ายที่ไปเจอกันที่หน้าเวทีการแสดงหมอลำชื่อดังภาคอีสาน ในงานงิ้วประจำปี ที่ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ดังกล่าว โดยคนร้ายทั้ง 2 คนได้เข้ามาทำทีพูดจาตีสนิทด้วยในวันเกิดเหตุที่ 13 พ.ย.62 ที่ผ่านมา ก่อนนำเครื่องดื่มและอาหารมาให้กินจนดึก ก่อนที่หมอลำเลิกตอนใกล้รุ่งเช้า ก่อนออกอุบาย ชวนพาไปหลับนอนพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ใกล้ตัวอำเภอจัตุรัส เมื่อนั่งรถยนต์ไปด้วยกัน 4 คน มีคนร้าย 2 คน และ 2 สาวประเภทสองได้พากันเข้าภายในห้องพักรีสอร์ทดังกล่าว ก่อนที่ชาย 2 คนร้ายได้แอบวางยานอนกลับใส่เข้าไปในเครื่องดื่ม และนำมาให้พวกเธอดื่มจนทำให้ทั้ง 2 สาวประเภทสอง หมดสติไปทั้ง 2 คน จนถึงบ่ายวันที่ 13 พ.ย.62 เวลาประมาณ 16.00น. ได้รู้สึกตัวขึ้นมาแต่ก็ไม่พบชาย 2 คนร้ายอยู่ในห้องแล้ว

จึงรีบตรวจดูกระเป๋าเงินทรัพย์ภายในรถยนต์ตนเอง ก็พบว่าถูกรื้อค้นมีเงินสดจำนวน 3 หมื่นบาทหายไป พร้อมกับสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท ที่ใส่ไว้ในกระเป๋าวางไว้ในรถกระบะแบบแคป สีดำ ทะเบียน 2 ฒร 9785 กทม.ที่จอดอยู่หน้ารีสอร์ทสูญหายไปทั้งหมดแล้ว รวมมูลค่าทั้งเงินสด และสร้อยคอทองคำ ครั้งนี้ที่หายไปรวมกว่า 90,000 บาท ก่อนที่จะไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าเวทีการแสดงหมอลำกลางดึกคืนวันที่ 13 พ.ย.62 พวกตนจำหน้าคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำ จึงนำภาพกล้องวงจรปิดไปแจ้งความไว้ที่ สภ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ แต่ด้วยเวลาก็ผ่านมานานหลายวันแล้วความคืบหน้าคดียังไม่คืบหน้าเลย อีกทั้งตำรวจไม่มีการมาตรวจหาร่องรอยลายนิ้วมือทั้งในรถยนต์กระบะของพวกเธอที่นั่งมาเลย และภายในห้องพักสีสอร์ท จึงนำภาพวงจรปิดออกมาเผยแพร่ และขอพึ่งสื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวช่วยตามหาคนร้าย และความคืบหน้าของคดีในครั้งนี้ด้วย

โดยนายธีรวัฒน์ สาวประเภทสองผู้เสียหาย เล่าว่าตนเองและนายอรรถพล มีอาชีพขายผลไม้อยู่ที่ตลาดไทย วันเกิดเหตุได้ขับรถกระบะคนดังกล่าวเพื่อเดินทางกลับบ้านที่อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เพื่อนำเงินมาให้พ่อแม่เพื่อเป็นค่าเกี่ยวข้าวจำนวน 3 หมื่นบาท ระหว่างช่วงหัวค่ำเดินทางมาถึงที่หน้าอำเภอจัตุรัส พบว่ามีงานงิ้วและมีหมอลำชื่อดังมาทำการแสดง จึงได้แวะดูหมอลำดังกล่าว ซึ่งระหว่างนั่งชมหมอลำได้มีคนร้ายชาย 2 คนๆหนึ่งมีรูปร่างอ้วนดำ และอีกคนอ้วนขาวแต่งตัวดีทั้งคู่อายุประมาณ 40 ปี เข้ามาพูดจาตีสนิทพูดคุยถูกคอกัน หลังหมอลำเลิกคนร้าย จึงได้ชักชวนตนเองและนายอรรถพลไปหาที่ดื่มต่อ และพักผที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ใกล้บริเวณงาน หลังจากนั้น 2 คนร้ายได้ยื่นเบียร์ให้ดื่มคนละกระป๋อง รุ่นน้องสาวประเภทสอง ได้ดื่มไปหมดแล้ว ส่วนตนพี่สาวดื่มกินไปแค่นิดเดียว เริ่มรู้สึกไม่ดี เพราะรสชาติเบียร์มันแปลกๆ เลยไปคลายทิ้งในห้องน้ำ จากนั้นเริ่มควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ก่อนหลับไปตอนไหนไม่รู้ตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีเป็นเวลา เกือบ 4 โมงเย็นของอีกวันดังกล่าวแล้ว และถูกชาย 2 คนร้ายที่ทำมาตีสนิทได้พากันเปิดรถยนต์กระบะของพวกเธอหาเอาทรัพย์ดังกล่าวมูลค่านับแสนบาทหายไปหมดแล้ว

ขณะที่ทางด้าน พ.ต.ท.บุญยงค์ สอนสุข สารวัตรสอบสวน สภ.จัตุรัส เจ้าของคดี กล่าวว่าหลังจากได้รับแจ้งความแล้วได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่พร้อมตนเองเดินทางไปตรวจสอบรีสอร์ตที่เกิดเหตุและได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์และกำลังรวบรวมภาพจากกล้องในที่เกิดเหตุใกล้บริเวณใกล้เคียงเพื่อสืบหาจับกุมคนร้ายอย่างเร่งด่วนเช่นกัน