ธอส.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.125% ต่อปี และยังเป็นอัตราดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัยต่ำที่สุดในตลาด ส่วนมาตการสินเชื่อฯ สุดปัง!! แค่ 12 วัน ยอดยื่นกู้ 10,260 ล้านบาท

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขานรับนโยบายของนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สร้างโอกาสให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น พร้อมลดภาระดอกเบี้ย และสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125% ต่อปี ตอกย้ำการเป็นสถาบันการเงินที่อัตราดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัยที่ต่ำที่สุดในตลาด ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ย MLR ลดลงเหลือ 6.000% ต่อปี อัตราดอกเบี้ย MRR ลดลงเหลือ 6.500% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ย MOR ลดลงเหลือ 6.750% ต่อปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ปรับลดลง 0.10-0.25% ต่อปี ขณะที่มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้กู้เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศที่มีราคาซื้อขาย ไม่เกิน 3 ล้านบาท หลังเปิดรับยื่นคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมา ล่าสุด ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น. ยื่นคำขอกู้แล้วจำนวน 4,980 ราย วงเงิน 10,370 ล้านบาท

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้ ธอส. มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น พร้อมลดภาระดอกเบี้ย และสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” จึงประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125% ต่อปี ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) จาก 6.125% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.000% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) จาก 6.625% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.500% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) จาก 6.875% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.750% ต่อปี กำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ถือเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยที่ต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงินในปัจจุบัน และยังถือเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ของธนาคารในปีนี้ ภายหลังจากประกาศปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2562

ทางด้านเงินฝาก ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำและใบรับเงินฝากประจำประเภท 3 เดือน, 6 เดือน และ 12 เดือน ลง 0.10% ต่อปี และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำและใบรับเงินฝากประจำประเภท 24 เดือน, 36 เดือน และ 60 เดือน ลง 0.20% ต่อปี โดยให้มีผล 13 พฤศจิกายน 2562 ทั้งนี้ สำหรับเงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากประเภทออมทรัพย์ และใบรับเงินฝากประจำประเภท 7 วัน, 14 วัน, 1 เดือน และ 2 เดือน ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.10-0.25% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562

นายฉัตรชัย ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของการปล่อยสินเชื่อตาม “มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์” อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ปีที่ 1 – ปีที่ 3 คงที่ 2.50% ต่อปี กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ให้กู้เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศที่มีราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาทว่า ภายหลังจากที่ธนาคารเริ่มเปิดรับยื่นคำขอกู้ตามมาตรการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมาพบว่ามีลูกค้าประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น. หรือเพียง 12 วันทำการพบว่ามีประชาชนยื่นคำขอกู้แล้วจำนวน 4,980 ราย วงเงิน 10,370 ล้านบาท

“มาตรการสินเชื่อฯ ของ ธอส. ยังถือเป็น 1 ใน 3 ของสิทธิพิเศษตาม โครงการ“บ้านในฝัน รับปีใหม่” ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ ธอส. ร่วมกับ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นภายใต้สโลแกน "ซื้อปุ๊บ โอนปั๊บ รับทันที 3 สิทธิพิเศษ" ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 โดยเชื่อว่าการจัดทำโครงการบ้านในฝันรับปีใหม่ จะยิ่งทำให้มีผู้ที่สนใจมาตรการสินเชื่อฯ ของ ธอส. มากยิ่งขึ้นและทำให้มียื่นคำขอกู้ จนเต็มกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ในไม่ช้าอย่างแน่นอน”นายฉัตรชัย กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์