ถูกยกให้เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ที่มาแรงแซงโค้งแห่งยุค ณ ชั่วโมงนี้ พ.ศ.นี้เลยทีเดียว

สำหรับ “จีนแผ่นดินใหญ่” เจ้าของฉายา “พญามังกร” ภายใต้การกุมบังเหียนของ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีนคนปัจจุบัน ผู้นำพาพญามังกรให้เป็นพญามังกรผงาดฟ้า หลังเบิกนภา เปิดฟ้าให้จีนแผ่นดินใหญ่ ได้ก้าวไกลในทุกๆ ด้าน

ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ที่ทะยานขึ้นเป็นแท่นเบอร์สอง จนพร้อมที่จะเบียดแทน “สหรัฐอเมริกา – พญาอินทรี” จนใกล้ที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลกเข้าไปทุกทีเต็มทน

มิใช่แต่เฉพาะด้านเศรษฐกิจเท่านั้น ทว่า แม้แขนงสาขาอื่นๆ ทั้งการทหาร และการเมืองระหว่างประเทศ พญามังกรจีนแผ่นดินใหญ่ ก็พร้อมทายท้าพญาอินทรีสหรัฐฯ ในสมรภูมิประชันการขยายอิทธิพลทางอำนาจด้วยเช่นกัน

ไล่ไปตั้งแต่ภูมิภาคเอเชีย ที่ไม่ว่าจะเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียแปซิฟิก พื้นที่อิทธิพลเก่าของสหรัฐฯ ตั้งแต่จบสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2

หรือภูมิภาคยุโรปตะวันออก ที่เคยเป็นเวทีขับเคี่ยวอย่างดุเดือดเลือดพล่านระหว่างมหาอำนาจตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ กับรัสเซีย ก็ปรากฏว่า พญามังกรจีนแผ่นดินใหญ่ เข้าไปร่วมแจม

กระทั่ง ภูมิภาคแอฟริกา ก็ปรากฏว่า ทางการปักกิ่งของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็เดินหน้าขยายอิทธิพลเต็มสูบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การลงทุน รวมไปจนถึงการทหาร ที่จีน ใช้ “จิบูตี” เป็น “ฐานทัพโพ้นทะเล” เป็นแห่งแรก ตามการดำเนินนโยบายยุทธศาสตร์นอกชายฝั่งเชิงรุกของเหล่าทัพพญามังกร

ล่าสุด ภูมิภาคตะวันออกกลาง ก็ได้กลายเป็นอีกสังเวียนการแข่งขันประชันอำนาจอิทธิพลระหว่างพญามังกรจีนแผ่นดินใหญ่ กับพญาอินทรีสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน และมิใช่ขันแข่งอย่างธรรมดาๆ แต่ทว่า ดำเนินไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมันชนิดที่โลกต้องจ้องมองจับตา ไม่ว่าจะเป็นที่ซีเรีย และอิรัก ซึ่งประเทศหลังนี้ บรรดานักวิเคราะห์กำลังเฝ้าจับจ้องมองอย่างตาไม่กระพริบ

โดยการมาของพญามังกรทะยานสู่ประเทศอิรักแห่งนี้ เริ่มมีมาหลายเพลา ก่อนสบช่องในการดำเนินอภิมหา “โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21” ซึ่งมีทั้งทางบกและทางทะเล ของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ลากผ่านไปยังประเทศต่างๆ เกือบครึ่งค่อนโลก อันรวมถึงประเทศอิรัก ก็อยู่ในรายชื่อของอภิมหาโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ อภิมหาโปรเจ็กต์ที่ว่า ก็ไม่ผิดอะไรกับใบเบิกทางปูลาดให้การมาของจีนแผ่นดินใหญ่สู่อิรักเป็นไปอย่างสะดวกดายขึ้น จากการที่พญามังกรจีน ได้ผายมือเชื้อเชิญให้บรรดาผู้นำประเทศที่ในเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 พาดผ่าน เดินทางไปประชุมหารือเพื่อแสวงความร่วมมือถึงกรุงปักกิ่ง ซึ่งก็มีผู้นำของอิรักรวมอยู่ด้วย โดยรัฐบาลแบกแดด ทางการอิรัก ได้ส่ง “นายอาเดล อับดุล มาห์ดี” ผู้ดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” เดินทางไปร่วมประชุม

ด้วย “เม็ดเงินลงทุน” จำนวนมหาศาลจากทางการปักกิ่ง ที่ ณ เวลานี้ไม่ผิดอะไรกับเสี่ยใหญ่ เงินถุง เงินถัง ได้หว่านโปรยลงไปในประเทศที่ได้เคยชื่อว่า เป็นดินแดนแห่งสงคราม ที่ลากยาวมาจากช่วงคริสต์ทศวรรษก่อนถึง ณ ปัจจุบัน ควบคู่ไปกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ พร้อมๆ กับลากรวมไปถึงทางการทหารด้วย

ก็ส่งผลให้อิรัก เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ควอนตัม ลีพ (Quantum leap)” คือ “ปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบฉับพลันเฉียบพลัน” ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากเดิมที่อยู่ในอ้อมใจของสหรัฐฯ เพราะเข้าไปทำสงครามนานนับสิบปี ก็ย้ายที่มาอยู่ในอ้อมอกของพญามังกรจีนกันแบบปัจจุบันทันด่วน

ที่มาที่ไปอันเป็นปัจจัยให้อิรักต้องแปรพักตร์ย้ายขั้วข้าง ก็มาจากรัฐบาลแบกแดดเห็นว่า สหรัฐฯ ปฏิบัติต่ออิรักแบบไม่ผิดอะไรกับ “รัฐบริวาร (Client State)” สวนทางกับรัฐบาลปักกิ่งที่พร้อมจ่ายเม็ดเงินลงทุนให้ แม้หลายฝ่ายสะกิดติงเตือนมาว่า ให้ระวังเรื่อง “การทูตกับดักหนี้” จากทางการจีน แต่ปรากฏว่า อิรักก็ดูจะไม่สนใจกับเสียงเพรียกเตือนข้างตน ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีมาห์ดีของอิรัก เอ่ยปากชมทางการปักกิ่งที่นำโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงว่าเป็น “ผู้ให้ที่ทรงคุณค่า” ของอิรักเลยทีเดียว ซึ่งไม่ผิดอะไรกับสายฝนที่โปรยปรายชะโลมแผ่นดินอิรักที่กำลังนองเลือดจากพิษภัยของไฟสงคราม ทั้ง “สงครามกลางเมือง” และ “สงครามการก่อร้าย” อันส่งผลให้อิรักต้องอยู่ในสภาพภินท์พัง

เหล่านักวิเคราะห์มองว่า เหตุปัจจัยที่ทำให้พญามังกรจีนแผ่นดินใหญ่ ต้องสยายกรงเล็บ คือ อิทธิพลเข้ามาในอิรักผ่านอภิมหาโปรเจ็กต์และการลงทุนเป็นประการต่างๆ นั้น ก็มีทรัพย์กรน้ำมันที่อิรักมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งตามการคาดการณ์ระบุว่า อิรักมีศักยภาพที่จะป้อนทรัพย์ใต้ดินชนิดนี้ให้แก่โลก ซึ่งปัจจุบันก็ทำรายได้ให้แก่อิรักมากกว่าปีละ 8.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ประเมินกันว่า อิรักจะเพิ่มศักยภาพกำลังการผลิตน้ำมันของตนไปอยู่ที่วันละ 6.2 ล้านบาร์เรลในปีหน้า และ 9 ล้านบาร์เรลต่อวันในอีก 4 ปีข้างหน้า อันทรัพยากรน้ำมันที่ว่า ก็เป็นสิ่งแสวงหาของจีนแผ่นดินใหญ่ในฐานะปัจจัยประการหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจของตนให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพญามังกรจีนแผ่นดินใหญ่สยายกรงเล็บไปยังอิรักเยี่ยงนี้ ก็มีผลให้พญาอินทรีสหรัฐฯ กลับลำในนโยบายเกี่ยวกับอิรักกันแบบทันควันที่จากเดิมอยากจะออกพ้นจากแดนสงครามแห่งนี้ตามความคิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็กลายเป็นว่า ยังต้องคงกำลังทหารสหรัฐฯ ไว้ในอิรักต่อไปแบบตราบนานเท่านาน