กว่า 200 ปีมาแล้วที่พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระเยาในกลางเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางชาติสยาม จุดกำเนิดกรุงเทพมหานครเริ่มต้นที่ “เกาะรัตนโกสินทร์” พื้นที่มรดกทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอังทรงคุณค่าที่สำคัญของประเทศไทย เป็นแหล่งเริ่มต้นของวัฒนธรรมที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมาย อีกทั้งยังมีแหล่งเรียนรู้หลากหลายรูปแบบให้ได้ศึกษาซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่แห่งนี้

และไม่ว่าจะคุ้นเคยกับเมืองเก่า หรือรู้จักแค่เพียงผิวเผิน “มิวเซียมสยาม” พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ภายใต้สถาบันพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญในการพลิกฟื้นประวัติศาสตร์ภายในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ให้กลับมามีชีวิต จะพาทุกคนไปเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ จะมีที่ไหนบ้าง วันนี้ขอยกตัวอย่างบางส่วนจากหนังสือ รอบเกาะไกด์บุ๊ค ที่มิวเซียมสยามจัดพิมพ์
ชวนลองลิ้มที่ ร้าน ออน ล๊อก หยุ่น

เริ่มต้นด้วยการย้อนเวลากลับไปจิบกาแฟ กินอาหารเช้าในบรรยากาศยุค 80 ปืที่แล้วกันแบบชิลๆ ที่ ร้าน ออน ล๊อก หยุ่น ที่มาถึงแล้วต้องลอง เมนู ขนมปังชุบไข่ทอด ขนมปังเนื้อนุ่มห่อหุ้มด้วยไข่ทอดสีเหลืองสวย เพิ่มเติมรสชาติด้วยซอสสักนิด พร้อมซดน้ำชาหอมกรุ่นที่ทางร้านบริการฟรีปิดท้ายอีกหน่อย ประทับใจแน่นอน

เมนู "พงศ์วารีทีละคำ"

ต่อกันด้วยฺ กับเมนู "พงศ์วารีทีละคำ" เมนูที่ไม่เพียงชื่อจะสะดุดหู แต่บอกเลยว่ารูปโฉมยังสะดุดตาอีกด้วย เพราะส่วนประกอบทำจากปลากะพงทอดหั่นเป็นชิ้น แล้วโรยด้วยใบคะน้าทอด แต้มด้วยครีมน้ำสลัดและมะนาว จากร้านโภชน์สภาคารร้านอาหารไทยดั้งเดิมอายุกว่า 80 ปี และทราบหรือไม่ว่าเจ้าของร้านในอดีตเป็นพ่อครัวประจำห้องเครื่องในวังของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
"เกลามันสมองหมู" ร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟ

ปิดท้ายกันที่ "เกาเหลามันสมองหมู" เมนูของร้านเล็กๆ ในตึกแถวแพร่งภูธร เสิร์ฟเกาเหลารวมทุกอย่าง ที่เจ้าของร้านทำเองทั้งสิ้น ส่วนที่ขาดไม่ได้เลยคือมันสมองหมูที่ทำอย่างพิถีพิถัน น้ำซุปต้มกระดูกหมูรสชาติกล่มกล่อม เสิร์ฟพร้อมกุนเชียงหมูและตับไว้แกล้ม

เมื่ออิ่มท้องแล้วก็ถึงเวลาเดินย่อย ทราบหรือไม่ว่าร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ซ่อนตัวอยู่ตามย่านต่าง ๆ ในเกาะรัตนโกสินทร์มีของสวยเก๋เฉพาะตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นร้านเก่าแก่อายุหลายสิบปีที่ขายของคุณภาพดีมานาน หรือร้านใหม่ดีไซน์เก๋ที่เพิ่ง เข้ามาเติมเสน่ห์ให้พระนคร เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อมแล้วออกไปตะลุยหาของเก๋ ๆ มาแต่งองค์ให้ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้ากันเถอะ
 The Trapeze Swingers Store  ร้านเอาใจสายวินเทจ

ร้าน The Trapeze Swingers Store ร้านเสื้อผ้าวินเทจคัดสรรชั้นเยี่ยม บ้านไม้ 2 ชั้นสุดเท่ อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าวินเทจมือสองที่คัดสรรมาอย่างดี จุดเด่นของเสื้อผ้าในร้านจึงมีความหลากหลายไม่ซ้ำใคร ทั้งชุดกระโปรงวินเทจตัวสวย เสื้อยืดวินเทจรุ่นสะสม หรือกางเกงยีนส์ฟอกสีเท่ ๆ จะยุค 30 60 หรือ 90 ก็มีให้ค้นหาได้เป็นวัน ๆ ประกอบกับร้านยืนระยะมานานกว่า 14 ปี จึงรู้จักแหล่งของสินค้าเยอะ ทำให้มีของแรร์ไอเทมที่บางชิ้นหายากแสนยาก แต่คุณจะหาเจอได้ที่ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้
มองหารองเท้าผ้าใบเก๋ๆต้องร้านนี้  Horselegmarking Shoes

หากใครชอบรองเท้าผ้าใบสวยๆ ต้องไม่พลาด Horselegmarking Shoes ร้านรองเท้าผ้าใบที่บอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรมไทยสุดเก๋ที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากรถอีแต๋น หยิบลวดลายพื้นฐานที่รถทุกคันต้องทีมาดีไซน์ใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมไปถึงสีสันจัดจ้านหรือบรรยากาศท้องนายามเย็น ก็ถูกนำมาใส่ลงบนในรองเท้าแต่ละซีรีส์ ขั้นตอนการผลิตแบบแฮนด์เมดทำให้ไม่มีคู่ไหนเหมือนกัน แม้จะเป็นรองเท้าแบบเดียวกัน แต่ก็ให้คาแรกเตอร์ที่ต่างกันอย่างแน่นอน

"ห้างไนติงเกล-โอลิมปิค" ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทย

หรือจะไปเดิน ห้างไนติงเกล-โอลิมปิค ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยที่ดำเนินกิจกรรมมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังคงกลิ่นอายสมัยคุณตาคุณยายยังเป็นวัยรุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์สไตล์วินเทจมีไอเทมเด็ดอย่างสีผึ้งไนทิงเกล เนื้อลิปสีแดงแวววาวบรรจุอยู่ในตลับกะทัดรัด เป็นสินค้ายอดฮิตตลอดการ เพราะคุณภาพไม่เหมือนใครและหาไม่ได้ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาก็สุดแสนจะน่ารัก แถมยังได้ถุงกระดาษเอกลักษณ์พิเศษกลับบ้านอีกด้วย

ฮาเตียนคาเฟ่

ท้องก็อิ่ม เดินย่อยก็แล้ว แต่เมื่อมาเยือนเกาะรัตนโกสินทร์ที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะเห็นตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ที่ซ่อนรายละเอียดสถาปัตยกรรมของแต่ละยุคสมัยเอาไว้ บ้างนำศิลปะตะวันตกมาประยุกต์ บ้างรับวัฒนธรรมจากจีนมาปรับใช้ แต่น่าเสียหายหากถูกปล่อยทิ้งไว้ให้หงอยเหงา ฉะนั้นจึงขอชวนทุกคนออกมาตามรอยร้านคาเฟ่รีโนเวต ที่จะมาเลือกมานั่งดื่มกาแฟ จิบชา ชิมขนม และเพลิดเพลินไปกับการแวะถ่ายรูปชิค ๆ ตึกเก่าในพระนครที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งก็เก๋ไม่หยอก

ฮาเตียนคาเฟ่ ชื่อร้านคาเฟ่แสนสะดุดหูนี้ มีที่มาจากตำนานว่าชาวเวียดนามอพยพตั้งชื่อถิ่นฐานใหม่ว่า ฮาเตียน จนเพี้ยนมาเป็นท่าเตียนในปัจจุบัน ตึกเก่าปี 2470 ได้ปรับปรุงเป็นคาเฟ่ 3 ชั้นที่สะท้อนถึงความเป็นท่าเตียนทุกตารางนิ้วของร้าน ซึ่งเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจที่เจ้าของร้านได้สะสมไว้ คาเฟ่แห่งนี้ใช้ผลไม้ดอกที่คนไทยคุ้นเคยมาเป็นส่วนผสมของเมนู เช่น กาแฟมะตูม เมนูที่กาแฟนมผสมกับไซรัปมะตูมอย่างลงตัวชิมแล้วต้องติดใจ

ร้าน ซี-เมี่ยว-คา-เฟย

ต่อกันที่ ร้าน ซี-เมี่ยว-คา-เฟย (Simiao Kafei) ร้านกาแฟที่เป็นภาษาจีนกลาง ตั้งอยู่ข้างวัดราชบพิธฯ ตึกขนาด 2 คูหาทรงชิโนโคโลเนียล แม้ภายนอกจะยังดูดีเหมือนใหม่ แต่แท้จริงแล้วมีอายุกว่า 150 ปี ปัจจุบันอาคารก่ออิฐถือปูนยังเหมือนเดิม มีหน้าต่างสี่เหลี่ยมผนังฉาบเรียบและหลังคาโครงสร้างไม้มุงกระเบื้องว่าว เพิ่มเติมคือการตกแต่งร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์และลวดลายแบบจีน ที่สำคัญอย่าลืมชิม “ก๊กเฟย” กาแฟรสชาติจีนที่ผสม Black Honey และเก๊กฮวยลงไปด้วย

 ร้าน Farm to Table, Hideout

ในซอยเล็กๆ ย่านปากคลองตลาด เดินผ่านสวนหน้าบ้านเข้าไปจะพบประตูสู่ ร้าน Farm to Table, Hideout คาเฟ่ที่สร้างสไตล์บ้านโบราณสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพิ่มกิมมิกด้วยการนำตระกร้าขนผักมาใช้แทนลิ้นชัก และนำที่ตักไอศกรีมมาทำด้านจับประตู และเมนูของคาวหวานของที่นี่ล้วนทำจากผักออร์แกนิกทั้งสิ้น ทั้งสลัดผักจานใหญ่ ข้าวไก่อบซอสเสาวรส หรือไอศกรีมไข่เค็มกินกับบัวลอยเผือก อร่อยมาก เรียกได้ว่าอร่อยและยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหนังสือ รอบเกาะไกด์บุ๊ค ที่แนะนำแหล่งเรียนรู้รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งทุกคนสามารถร่วมค้นหามนต์เสน่ห์ไปพร้อมกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ที่ยังคงรอให้ทุกคนไปสัมผัสพร้อมกัน ในงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 - 24 พฤศจิกายน 2562 ณ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ และรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พร้อมกันนี้หนังสือ รอบเกาะไกด์บุ๊ค ยังเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ www.museumthailand.com ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-225-2777 ต่อ 410 หรือเข้าไปที่ www.museumsiam.org