"TIGER"โชว์ผลงานไตรมาส 3/62 ทำนิวไฮทั้งยอดขายและกำไร โดยกำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน 30.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.39% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ลั่นโค้งหลังโตแรง หลังตุนงานในมือเฉียดพันล้าน จ่อเซ็นรับงานภาครัฐ-เอกชนอีก 5 โปรเจค มูลค่ากว่า 1.2 พันล้านบาท ดันผลงานโตหลังงานก่อสร้าง-อสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว

นายจตุรงค์ ศรีกุลเรืองโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)(TIGER) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 มีรายได้รวม 295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88 ล้านบาท หรือ 43% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 207 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท หรือ 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 28 ล้านบาท

ส่วนผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 มีรายได้รวม รวม 657 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97 ล้านบาท หรือ 17% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 560 ล้านบาท ในด้านกำไรสุทธิยังได้รับผลกระทบด้านลบจากการหดตัวของกำลังซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีแรก ทำให้มีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท ลดลง 8 ล้านบาท หรือ 13% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 60 ล้านบาท

ทั้งนี้แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้กว่า 924 ล้านบาท จากการที่บริษัทไทย อิงเกอร์ จำกัด (TEC) ซึ่งเป็นบริษัทแกนของบริษัทได้รับงานก่อสร้างใหม่จำนวน 3 โครงการประกอบด้วย โครงการปรับปรุงระบบจำหน่ายเป็นเคเบิลใต้ดิน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มูลค่าโครงการ 287.59 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินงาน 365 วัน

สำหรับโครงการที่ 2 เป็นโครงการ บริษัท ไทย อิงเกอร์ จำกัด ได้รับงานรับเหมาก่อสร้าง โครงการอาคารบ้านพักอาศัย มูลค่าโครงการ 85 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินงาน 18 เดือน(เริ่มงานวันที่ 5 พ.ย.62)และโครงการที่ 3 โครงการรับเหมาก่อสร้างงานระบบไฟฟ้า งานระบบเครื่องกล สุขาภิบาล ระบบปรับอากาศ สระว่ายน้ำ และสุขภัณฑ์ ของโรงแรมวี วิลล่า อ่าวยนต์ จังหวัดภูเก็ต มูลค่า 84.2 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินงาน 12 เดือน

โดยหลังจากที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ทำให้มีศักยภาพในการเข้ารับงานใหม่ที่มีมูลค่ามากขึ้น จากฐานทุนที่เพิ่มขึ้น และทำให้ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในส่วนของภาครัฐ และเอกชน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเซ็นเข้ารับงานเพิ่มอีก 5 โครงการ มูลค่า 1,200 ล้านบาท อีกทั้งยังเตรียมยื่นประมูลงานใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน เพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทั้งในส่วนของงานรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน