ธนชาติ แสงประดับ ธรรมโชติ
นักกฎหมายเศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชน

ขบวนการค้ามนุษย์หลอกหาหญิงสาวจากชนบทป้อนเข้าสู่วงการค้าประเวณี แม้รู้ว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายแต่ก็มีขบวนการทำกันมาอย่างต่อเนื่อง ชีวิตสาวชนบทที่ถูกชักชวน ชักนำ หรือจูงใจด้วยวีการต่างๆ หรือแม้กระทั่งหลอกลวงไปค้าประเวณีเมืองหลวงหาได้ไม่อยากนักเพราะสภาพเศรษฐกิจบังคับทำให้ต้องการหลีกหนีความจน นี่คือชีวิตจริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เมื่อค้าประเวณีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทำอย่างไรจึงไม่ผิดกฎหมาย(หลีกเลี่ยง) กลายเป็นจุดกำเนิดของสถานบริการอาบอบนวดที่เป็นสถานที่ประกอบกิจการอย่างถูกกฎหมาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นและเส้นทางของธุรกิจค้าน้ำกามสำคัญกลางเมืองที่ผิดกฎหมายแต่อยากที่จะเอื้อมเอาผิดได้ เพราะมีขบวนการจัดการเป็นระบบ ตั้งแต่เสาะหาเด็กสาว การขนส่ง การรับไว้ และส่งต่อจนถึงสถานบริการอาบอบนวด ซึ่งในสถานที่ดังกล่าวนี้มีการจัดระเบียบอย่างดี เช่นกำหนดว่า หมอนวดต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีการตรวจเลือด ไม่มีการบังคับค้าประเวณี การกำหนดดังกล่าวของเจ้าของสถานบริการอาบอบนวดก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าหญิงสาวเหล่านั้นล้วนสมัครใจเข้ามาประกอบอาชีพนี้และสถานที่นั้นไม่มีการค้าประเวณี หากใครคนใดค้าประเวณีก็เป็นความผิดส่วนตัวที่เจ้าของสถานที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ขบวนการล่อลวงเด็กชนบทมาค้าประเวณีที่มีอยู่จริงๆจึงจางหายไปกับวาทกรรมอาบอบนวด เพราะอาบอบนวดไม่ผิดกฎหมาย และไม่มีการบังคับให้ค้าประเวณี แต่ทุกครั้งที่มีการบุกจับกุมสถานบริการอาบอบนวดมักจะพบเจอปัญหาค้าประเวณี ปัญหาการค้ามนุษย์เพราะมีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากผู้หญิงเหล่านั้นเสมอ ซึ่งแสดงว่าขบวนการล่อลวงหญิงสาวเข้ามาทำงานขายบริการในธุรกิจอาบอบนวดนั้นไม่จางหายไปจากสังคมไทย แล้วล่อลวงหญิงสาวเหล่านั้นมาจากไหน...

อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ด้วยโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่แตกต่างระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เราจึงเห็นการเคลื่อนย้ายแรงงานจากเพื่อนบ้านเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทั้งเข้าเมืองแบบผิดและถูกกฎหมาย ในธุรกิจอาบอบนวดก็เช่นกัน ทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงานหญิงสาวจากสาวชนบทของไทยกลายเป็นอดีตไป ส่วนสาวชนบทที่มาแทนที่คือจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว พม่า และกัมพูชา รวมทั้งจีนตอนใต้ ซึ่งมีวิธีการนำเข้าที่แยบยลทั้งผิดและถูกกฎหมาย

การเข้าเมืองมี 2 ลักษณะ คือเข้าเมืองโดยช่องทางปกติผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นการเข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย ซึ่งทางช่องทางนี้ก็มีขบวนการนายหน้าคอยจัดการเป็นระบบ และเข้าเมืองโดยการหลบหนีผ่านทางเส้นทางธรรมชาติตามแนวชายแดน ซึ่งมีขบวนการนายหน้าคอยจัดการอย่างเป็นระบบเช่นกันกระทั่งมีการขนส่งนำพาจนถึงที่หมาย และรับไว้ ซึ่งกว่าจะถึงที่หมายได้ต้องผ่านการหลบหลีก หลบหนีการจับกุมที่นำโดยผู้มีความชำนาญและมีบารมีพอสมควร โดยเจ้าหน้าที่รัฐมองไม่เห็นการกระทำนี้

ทั้งนี้ขบวนการนายหน้าที่นำเด็กสาวเข้าประเทศ จะมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยกลุ่มนายหน้าคอยหาเด็กสาวป้อนเข้าสู่ธุรกิจอาบอบนวดอย่างเป็นระบบ ทั้งด้วยวิธีการชักชวนโดยตรง และล่อลวงว่าไปทำงานรับจ้างอื่นๆ ล่อลวงทุกทางด้วยการเสนอเงินค่าตอบแทนที่สูง หลังจากนั้นก็นำเข้าประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่ให้หลบหนีเข้าเมือง สุดท้ายต้องทำงานหลบๆซ่อนๆ และต้องชดใช้หนี้จนไม่มีวันหมด เด็กสาวเหล่านี้ไม่ได้รับค่าแรงเป็นเงินสดในการขึ้นรอบทำงาน มีขบวนการนายหน้า (เอเย่นต์)จะเป็นผู้มารับเงินเองตามวันเวลาที่กำหนด แล้วจะนำไปจัดการมอบให้เด็กสาวอีกทีหนึ่ง เด็กเหล่านี้ต้องรับแขกให้ได้มากกว่า 3 คนใน 1 วันถึงจะกลับที่พักได้ และใน 1 เดือน ต้องทำงานต่อเนื่องอย่างน้อย 12 วัน โดยจะมีรถตู้คอยรับส่งจากที่พักกับที่ทำงานทุกวัน เด็กสาวเหล่านี้จะถูกรับส่งเวียนไปยังสถานบริการต่างๆ ทั่วประเทศ ซ้ำร้ายกว่านั้นหากคนใดเข้าเมืองถูกกฎหมายขบวนการนายหน้าจะเก็บหนังสือเดินทางไว้เพื่อไม่ให้หลบหนี โดยเจ้าหน้าที่รัฐจะรับรู้หรือไม่ก็ตอบยาก

ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เคยให้ข้มูลกับสื่อมวลชนว่า ในปี 2551 ประเมินว่ารายได้เฉลี่ยต่อเดือนของหญิงให้บริการทางเพศ 1 คน จะได้ผลตอบแทนต่ำสุด 31,250 บาท (ในกรณีสำหรับบังกะโล เกสท์เฮาส์ ดิสโกเทค ค็อกเทลเลาจน์ และร้านตัดผมชาย) จนถึงผลตอบแทนสูงสุด 125,000 บาท (ในกรณีสำหรับสำนักหรือซ่อง) และรายได้รวมของธุรกิจให้บริการอาบอบนวดในปี พ.ศ. 2550  มีมูลค่าอยู่ที่ 23,803 ล้านบาท ซึ่ง ณ ปัจจุบันรายได้น่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวคือ 50% คาดว่าน่าจะมีมูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านบาทต่อปี เงินนี้ตกได้กับใคร ซึ่งที่แน่ๆ ไม่ใช่รัฐได้ประโยชน์

แม้ว่าปัจจุบันนี้รัฐไม่ออกใบอนุญาตอาบอบนวดแล้ว แต่สิ่งที่ตามมาคือการทำให้ใบอนุญาตที่มีมาแต่เดิมราคาแพงมากขึ้น โดยผู้ที่มีอำนาจในการต่อใบอนุญาตมักมองไม่เห็นปัญหาการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการขอต่อใบอนุญาต และปัญหาการค้าประเวณีในสถานอาบอบนวด เช่น ใบอนุญาตกำหนดให้มีห้องเพียง 20 หรือ 30 ห้อง แต่จริงๆแล้วในสถานอาบอบนวดกลับมีห้องให้บริการถึง 100 กว่าห้อง เอาไว้ทำอะไรไม่มีใครตอบได้ ซึ่งผู้อนุญาตไม่รู้ไม่เห็นห้องที่เกินมาจากใบอนุญาตฟังแล้วตลกดี หรือกรณีการค้าประเวณีในสถานอาบอบนวดก็กลายเป็นเรื่องของความสมยอมระหว่างผู้ใช้บริการและหญิงสาวผู้ให้บริการโดยเจ้าของกิจการไม่เกี่ยวข้อง เพราะได้เขียนไว้แล้วว่า “ที่นี่ไม่มีการค้าประเวณี” เป็นต้น นอกจากนั้นหากตรวจตราเข้มงวดกันจริงๆก็จะรู้ว่าเงินที่ได้จากธุรกิจอาบอบนวดที่ถูกกฎหมายคงมีรายได้ไม่มากพอหากเทียบกับเงินที่ได้จากค้าประเวณี โดยเฉพาะสถานบริการใดที่ใช้วิธีการชำระค่าบริการผ่านบัตรเดบิตหรือเครดิตย่อมเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าเงินเหล่านั้นเป็นค่าอาบอบนวดหรือเป็นค่าอะไร เพียงแต่เราพยายามปิดหูปิดตา ตามวาทกรรม “สถานอาบอบนวดไม่มีการค้าประเวณี” ทั้งๆ ที่ปัจจุบันสังคมทั่วไปรับทราบกันดีว่า “อาบอบนวดคือสถานที่ที่เอื้อต่อการค้าประเวณีที่ดีที่สุด”

เมื่อมีการบุกจับกุมสถานอาบอบนวดคราใดจะต้องพบเจอบันทึกการจ่ายส่วยของสถานอาบอบนวดทุกครั้ง มีบันทึกการจ่ายส่วยยาวเป็นบัญชีหางว่าวว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยไหนบ้างที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเข้าใช้บริการสถานอาบอบนวดเป็นกรณีพิเศษ หลังการจับกุมมักจะมีการโยกย้ายตำรวจชั้นในพื้นที่แล้วเรื่องก็เงียบหายไป ผู้บังคับบัญชาไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้ที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหานี้จึงล้มเหลวมาตลอด สังคมไทยจึงไม่สามารถแก้ไขการแสวงหาประโยชน์จากเรือนร่างสตรีได้และไม่สามารถแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ได้เลยหากว่าเจ้าหน้าที่รัฐยังได้ประโยชน์จากขบวนการค้ามนุษย์เสียเอง

จากปัญหาที่กล่าวมานี้นั่นแสดงให้เห็นว่า ขบวนการค้ามนุษย์ในธุรกิจอาบอบนวดมีการจัดทำกันเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างดี และมีการจัดการในทุกระบบได้อย่างแนบเนียนนับแต่การรวบรวมหญิงสาว การนำเข้าเมือง การขนส่ง การรับไว้และส่งต่อ จนถึงขั้นตอนการทำงานในสถานบริการ และการต่อใบอนุญาตอาบอบนวด รวมทั้งเมื่อใดที่มีการจับกุมก็มีการจัดการเพื่อแก้ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงให้เบาบางลง หรือไม่ก็ให้หลุดพ้นข้อกล่าวหา ปัญหาค้ามนุษย์ของเราจึงเวียนว่ายไม่เคยจบ

ผลที่ตามมาคือในเดือนมิถุนายนของทุกปี สหรัฐอเมริกาจะออกรายงานการค้ามนุษย์ (Trafficking In Persons Report) จัดอันดับปัญหาการค้ามนุษย์ของแต่ละประเทศทั่วโลก (Tier) ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาก็ออกรายงานจัดอันดับให้เราเกี่ยวข้องกับปัญหาค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่องนับ10 ปี และปีที่ผ่านมาเราถูจัด Tier 2 ส่วนในปี2562 นี้ที่ Trafficking In Persons Report จะออกในเดือนมิถุนายน 2563 เราจะเจอปัญหาค้ามนุษย์อีกเช่นเดิม แม้ว่ารัฐบาลพยามยามแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่องจนได้ประกาศการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติแล้วก็ตาม เพราะสุดท้ายก็ไม่อาจแก้ไขปัญหานี้ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องและยังไม่ตระหนักถึงผลร้ายที่ตามมา

ดังนั้นสิ่งคาดหวังต่อขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เราหวังเพียงว่าขออย่าให้มีระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้นในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพราะสุดท้ายคนผิดจะไม่ถูกลงโทษอีกตามเคย แล้วเราจะแก้ปัญหาค้ามนุษย์ได้อย่างไร