ลานบ้านกลางเมือง/บูรพา โชติช่วง : ทริปสั้นๆหนึ่งวันเดินเล่นในเมืองลับแล อากาศกำลังเย็นสบายต้นฤดูหนาวเดือนพฤศจิกายน ปีนี้

เมืองลับแล อาจไม่ใช่หมุดหมายของนักท่องเที่ยวนัก แต่ถ้าได้แวะเที่ยว จะรู้ว่าเมืองนี้มีเสน่ห์ของวิถีชีวิต อัธยาศัยไมตรีของผู้คนท้องถิ่น สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและเชิงนิเวศ หมอกคลอเคลียตามยอดม่อน (ภูเขาเล็กๆ) ทั้งเพลินภูมิทัศน์นาข้าวกำลังตั้งท้องออกรวงข้าว

ส่วนผลไม้ฤดูนี้คือ ลองกอง สดจากสวนออกสู่ท้องตลาด โดยเฉพาะบ้านหัวดงเป็นย่านขายส่งและปลีก “ราคาไม่งามนัก ขายส่งตกกิโลละ 10 บาท ขายปลีก 15 บาท” แม่ค้าลองกองบ่น นั่นเพราะลองกองทางจังหวัดยะลาชายแดนใต้ยังมีอยู่ ผลผลิตจึงล้นตลาด ส่วนทุเรียนชื่อดัง หลง-หลินลับแล หน้านี้ไม่ต้องเดินหา จะมีแค่หมอนทอง ผลผลิตจากชาวสวนลับแลปลูกขาย ไม่ใช่มาจากเมืองระยอง-จันท์ ถิ่นตะวันออก
พูดถึงผลไม้ลองกอง ทำให้นึกถึงผลไม้ท้องถิ่นชื่อ ลางสาด ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์แต่ไหนแต่ไรมา ปัจจุบันชาวสวนปลูกกันน้อยและไม่นิยมรับประทานด้วยเพราะยางลางสาด หันมาตัดต่อกิ่งช่ำแบบลูกผสม ลองกองกับลางสาด ออกมาเป็น ลางกอง อย่างไรก็ดีใครไปเที่ยวเมืองลับแลหน้าหนาวนี้ ช่วยอุดหนุนชาวสวนซื้อลองกองกินกันคนละโลก็ยังดี หรือจะซื้อของกินเล่น เช่น ข้าวแคบ และของฝากอื่นๆ ในรูปผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจชุมชนให้เคลื่อนไหวอยู่ได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้



สถานที่ท่องเที่ยวเมืองลับแลในมุมวัฒนธรรมมีอยู่หลายแห่ง เริ่มตั้งแต่ปากประตูเมือง ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล โดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ เป็นจุดเชคอินถ่ายภาพก่อนเข้าในเมือง พิพิธภัณฑ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่บอกเล่าเรื่องเมืองลับแลในตำนาน (เมืองแม่ม่าย) ความเชื่อของชาวลับแล เรือนลับแล ประเพณีสิบสองเดือนของเมืองลับแล อีกภาษาและวัฒนธรรมในวิถีชีวิตที่ยังคงอัตลักษณ์ บริเวณรอบๆ พิพิธภัณฑ์เป็นอาคารห้องแถวปูนผสมไม้ จำหน่ายสินค้า ส่วนวันเสาร์มีการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม


เที่ยววัดไหว้พระ เมืองลับแลมีวัดโบราณ ที่มีชื่อคือ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวลับแล อีกวัดหนึ่ง วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เป็นเมืองโบราณทุ่งยั้ง มีโบราณสถาน พระมหาเจดีย์ทรงลังกา พระวิหารหลวง ตามข้อมูลประวัติวัด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงสุโขทัยตอนปลาย (สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท) ชาวบ้านนิยมเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดทุ่งยั้ง พระประธานในพระวิหารหลวง ชาวบ้านได้ถวายพระนามว่า “หลวงพ่อโต” บ้าง “หลวงพ่อประธานเฒ่า” บ้าง “หลวงพ่อหลักเมือง” บ้าง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ขนาดหน้าตักกว้าง 2 วา 10 นิ้ว สูง 3 วา 10 นิ้ว ลงรักปิดทองคำเปลวอย่างดี เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองทุ่งยั้ง อนึ่ง วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เคยใช้เป็นที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการทหารและพลเรือนในสมัยกรุงศรีอยุธยา และในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จนมัสการพระบรมธาตุ (24 ต.ค. 2444)

หากมีเวลาเหลือ แวะชมพิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวน ลับแล ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่อนุรักษ์ผ้าซิ่นตีนจกลับแลโบราณเท่านั้น ยังมีการสืบสานภูมิปัญญาจากคนรุ่นก่อนโดยวัยหนุ่มสาวลับแล ผ้าซิ่นแต่ละผืนทอกี่ บางผืนใช้เวลาทอหนึ่งถึงสองเดือน บางผืนทอร่วมปี เพราะความละเอียดของลาย แต่ละผืนงามแท้ ราคาไม่เบา ผ้าซิ่นตีนจกนี้ทั้งแม่เฒ่าและสาวๆ นิยมสวมใส่ออกงานบุญประเพณีกัน
เมืองลับแลในนิยามเมืองรองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถ้าใครผ่านอยากให้ไปสัมผัสเมืองสงบในหุบเขา แล้วคุณจะหลงรักเสน่ห์ของเมืองแม่ม่ายนี้
จบทริปสั้นๆ เดินเล่นเมืองลับแลหนึ่งวันต้นฤดูหนาวไว้เท่านี้
ชมคลิป https://youtu.be/V9l6CyZqLSs

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน