ส่องโครงการเสนา “MADE FROM HER ”เข้าเกณฑ์ลดโอน-จดจำนอง เอื้อตลาดผู้บริโภคทุกระดับเข้าถึงที่อยู่อาศัยกระตุ้นยอดขายยาวถึงปี 63

โค้งสุดท้ายของปี 2562 ถือเป็นข่าวดีให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ เมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยการจดทะเบียนการโอนและการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ ต้องเป็นที่อยู่อาศัยทำนิติกรรมในคราวเดียวกัน เริ่มตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2562 ต่อเนื่องถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563

สำหรับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลครั้งนี้เริ่มสร้างความหวังให้กับอุตสาหกรรมอสังหาฯ ไทยกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ต้องเผชิญกับกำลังซื้อที่ถดถอย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแล้ว ประกอบกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือ LTV ไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 เพื่อป้องกันความเสี่ยงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งนั่นทำให้ตลาดอสังหาฯ ในปี 2562 โดยรวมชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผู้ประกอบการต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้โอกาสการเติบโตของภาคอสังหาฯคงจะไม่มีแม้ว่ารัฐจะมีมาตรการกระตุ้นลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนก็ตามเพราะช่วง 3 ไตรมาสแรกยอดขายได้ติดลบไปพอสมควรแล้ว

ทั้งนี้หากไม่มีมาตรการใดๆเลยสถานการณ์จะยิ่งหนักกว่านี้ ดังนั้นเมื่อเช็คประโยชน์ที่บ้านและคอนโดมิเนียมที่จะได้รับอานิสงค์จากการลดค่าโอนรวม 20,105 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรรที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทมีจำนวนประมาณ 6,926 ยูนิตและคอนโดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทอีก 13,179 ยูนิต ซึ่งมาตรการนี้จะส่งผลยาวตลอดปี 2563 กันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการอสังหาฯ ยังมีลุ้นกันต่อที่กระทรวงการคลังจะมีการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายเพิ่มเติมอีก ซึ่งคงต้องติดตามใกล้ชิดในประเด็นนี้

โดยมาตรการของรัฐครั้งนี้ยังทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดตลาดที่ช่วงนี้ เป็นของผู้ซื้อสินค้าที่ตอบโจทย์ที่ดีสุดย่อมเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากกว่า และไม่อาจปฏิเสธว่าหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาฯที่มีความโดดเด่นของ Concept การพัฒนาที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ คงหนีไม่พ้น เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ที่สร้างความฮือฮาจากการประกาศให้บ้านทุกหลังของเสนามีการติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์) ต้อนรับกระแสพลังงานทดแทนมาแรงและมีส่วนทำให้ลดโลกร้อนจนเรียกว่าวันนี้กระแสยังแรงไม่ตกเพราะคนมาดูบ้านเสนาเพราะโซลาร์นั่นเอง

ขณะที่ในช่วง1-2 ปีนี้เสนายังปลุกกระแสการออกแบบที่อยู่อาศัยใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่น ด้วยการออกแคมเปญ “MADE FROM HER”เพื่อตอกย้ำให้ผู้บริโภคเห็นถึงความใส่ใจการพัฒนาของเสนาที่ละเอียดทุกขั้นตอน ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุมเสมอมาจนกลายเป็นจุดต่างที่สร้างความใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดบริการหลังการขายคือความแตกต่างอีกปัจจัยหนึ่งที่เสนาให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Consumer Concentrate โดยมีเป้าหมายเพื่อการดูแลลูกบ้านเมื่อตัดสินใจซื้อโครงการของเสนาไปแล้วแบบ 360 องศา

“มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ภาครัฐออกมานั้นน่าจะเป็นผลดีต่อภาคอสังหาไทย และรวมถึง SENA ด้วยเพราะระดับราคาที่อยู่อาศัยอยู่ในช่วงราคาตามเงื่อนไขของรัฐ ที่ได้รับการผ่อนปรนถึง 80% ประกอบกับมองว่าน่าจะช่วยกระตุ้นความต้องการ ที่อยู่อาศัยใหม่ให้สูงขึ้นด้วย”เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SENA มองถึงทิศทางธุรกิจอสังหาที่จะฟื้นตัวมากขึ้นในระยะต่อไป"

สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2562 บริษัทคาดน่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธุรกิจมียอดขายที่รอโอน (Backlog) รอรับรู้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาล (ไฮซีซัน) ของอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งยังอาจมียอดขายใหม่ๆ จากโครงการที่เปิดตัวไปแล้วช่วงที่ผ่านมาเข้ามาช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม

ขณะที่ปี 2562 แม้ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะไม่โตแต่ก็คงจะไม่ถดถอยไปมากกว่านี้หลังรัฐเริ่มออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อโค้งสุดท้าย ซึ่งคาดหวังกันว่าจะเห็นกำลังซื้อเริ่มเข้ามาในช่วงปลายปีเรื่อยไปจนถึงปีหน้า เพราะที่ผ่านมาการโอนที่อยู่อาศัยมีการสุญญากาศเพราะรอมาตรการลดค่าโอน ดังนั้นหากมีการคลายเกณฑ์แอลทีวีและแคมเปญอื่นๆที่อาจมีตามมาอีกก็เชื่อว่าปี 2563 ตลาดอสังหาฯจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งซึ่งก็เป็นผลดีต่อทุกๆฝ่ายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป