ตาก-วุฒิสภา และ สำนักนายกรัฐมนตรี มีหนังสือให้นายกเทศมนตรีนครแม่สอด เข้าร่วมประชุม ขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากและ การจัดตั้ง อปท. รูปแบบพิเศษ นครแม่สอด - หลัง ยื่นหนังสือถึง”บิ๊กตู่” ขอผลักดัน ให้เกิดเป็นรูปธรรม

จากการที่ ดร.เทอดเกียรติ ชินสรนันท์ “ดร.ฝอ” นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จังหวัดตาก ได้ทำหนังสือยื่นถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล 5 ข้อ ประกอบด้วย 1. ขอรับการสนับสนุนรัฐบาล ตามนโยบายพรรคการเมือง - 2 ขอแสดงความยินดีและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก (แม่สอด-พบพระ-แม่ระมาด) และ การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)รูปแบบพิเศษ นครแม่สอด -3. ขอรับการสนับสนุนและผลักดันการยกฐานะ เทศบาลนครแม่สอดเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษนครแม่สอด เช่นเดียวกับเมืองพัทยา -4. ขอรับการสนับสนุนและผลักดัน นำเอา พระราชบัญญัติเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ. ศ. 2561 มาปรับใช้กับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก และ 5. ขอรับการสนับสนุนและผลักดันให้กระทรวงมหาดไทยกำหนดหลักเกณฑ์หรือประกาศกระทรวงมหาดไทยการทำความตกลงร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 ตำบลแบบบูรณาการ มีระเบียบกฎหมายรองรับในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก และเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นผู้มีอำนาจในการบริหารเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก(แม่สอด=พบพระ=แม่ระมาด) รวมทั้งการนำ พระราชบัญญัติ (พรบ.) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก 2561 มาปรับใช้ ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก

ซึ่งในการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ดังกล่าว ล่าสุด ทางรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการตามหนังสือที่ได้ รับเรื่อง จากทางเทศบาลนครแม่สอด และได้ให้ คณะอนุกรรมการ เพื่อศึกษาแนวทางการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งทางสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้นายบุญเลิศ น้อมศิลป์ เป็นประธานอนุกรรมการ ฯได้เชิญ ดร.เทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด เรียกเทศบาลนครแม่สอดร่วม ประชุมพิจารณาเรื่องการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 108 อรรถไกวัลวที สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เทศบาลนครแม่สอด นำเสนอข้อมูลและความต้องการของพื้นที่ และความต้องการของประชาชนในพื้นที่นครแม่สอด ที่เป็นการสานต่อนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งประชาชนชาวบ้านในเขตเทศบาลนครแม่สอด ยังได้ขอ ผู้บริหารท้องถิ่นนครแม่สอด ยื่นหนังสือขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ในการเพิ่มเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุ(60 ปี)ขึ้นไปรับเบี้ยยังชีพ คนละ 3,000 บาทต่อเดือน =ค่าป่วยการ(เงินตอบแทน) อสม. คนละ 2,500 บาท ต่อเดือน= ขอให้กระทรวงมหาดไทยออกระเบียบ จ่ายค่าตอบแทน ประธานและคณะกรรมการชุมชน=เงินช่วยเหลือเด็กจากเด็กแรกเกิดจนถึง 8 ปี คนละ 1,200 บาทต่อเดือน=นโยบายค่าใช้จ่ายให้เยาวชนที่ศึกษาในระดับปริญญตรี (อายุระหว่าง 18=22 ปี) ในช่วงศึกษา ปริญญตรี คนละ 2,000 บาท ต่อเดือน รวมถึงนโยบายกัญชาเสรี ที่เป็นนโยบายที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อประชาขนและประเทศชาติ ซึ่งจะต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยให้ดำเนินการตามกฎหมายที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ในประเด็นเดียวกันวุฒิสภา โดย พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็นประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นวุฒิสภา ก็ได้ทำหนังสือเชิญนายกเทศมนตรีนครแม่สอด เข้าร่วมประชุมเพื่อแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในประเด็นการปรับปรุง ประสิทธิภาพการบริหารงานของเทศบาลนครแม่สอด ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่หรือเมืองที่มีลักษณะพิเศษและประเด็น การรวมเทศบาลนครแม่สอดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียงเพื่อยกฐานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.45 น. ณ ห้องประชุม 2408 ชั้น 24 อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่นบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

รายงานข่าวแจ้งว่าพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐบาล ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก และการจัดตั้ง อปท.รูปแบบพิเศษ “นครแม่สอด” จึงได้มีการสั่งการและมอบหมายให้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ประชุมเพื่อขับเคลื่อน ในประเด็นที่ เทศบาลนครแม่สอด ยื่นหนังสือขอมา โดยเฉพาะแนวทางการจัดตั้ง “นครแม่สอด” เป็น ท้องถิ่นพิเศษ