ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุไต่สวนคดีโรลส์-รอยซ์ พบบิ๊กคมนาคมปี 47-48 มีเอี่ยว เตรียมขยายผลล่าคนให้สินบน

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. เวลา 15.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณารายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริษัท โรลส์-รอยซ์ ขายเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน ให้กับบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และขายเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานให้กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) แล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการใช้อำนาจโดยทุจริต จึงมีมติรับเรื่องดังกล่าวไว้ไต่สวน โดยคดีนี้คณะกรมการป.ป.ช.จะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง พร้อมกับแต่งตั้งที่ปรึกษาองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งภายในและภายนอกสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำในการไต่สวนข้อเท็จจริง

นายสรรเสริญ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณารายงานผลการแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่า รมว.คมนาคม รมช.คมนาคม คณะกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และคณะอนุกรรมการพิจารณาแผนการลงทุนระยะยาวของบริษัท ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงปี พ.ศ. 2547-2548 ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง B777-200ER พร้อมเครื่องยนต์สำหรับติดตั้งกับเครื่องบินดังกล่าวและการจัดซื้อเครื่องยนต์สำรองสำหรับเครื่องบินแอร์บัส A340-500/600 จำนวน 6 ลำ เพิ่มเติม รวม 7 เครื่อง จากบริษัทโรลส์-รอยซ์ (คำสั่งซื้อครั้งที่ 3) ร่วมกันใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เพื่อให้บริษัทโรลส์-รอยซ์ ได้รับประโยชน์ในการทำสัญญาขายเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินให้แก่บริษัทการบินไทย จึงเห็นว่าเรื่องกล่าวหามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอต่อการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปได้ จึงมีมติรับเรื่องกล่าวหา

นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุอันควรสงสัยตามข้อกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์รับสินบนนั้น หากในการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏพยานหลักฐานการเรียก-รับสินบนในกรณีดังกล่าว ก็จะได้ดำเนินการสั่งไต่สวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน รวมทั้งตัวกลางผู้ให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติมในความผิดดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของคำสั่งซื้อครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดเหตุในช่วงปี พ.ศ. 2534-2535 และคำสั่งซื้อครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดเหตุในช่วงปี พ.ศ. 2535-2540 นั้น มีมติให้ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีมติให้แยกข้อกล่าวหาในส่วนของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ออกเป็นเลขที่เรื่องกล่าวหาใหม่ เพื่อดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป