สหประกันชีวิต เปิดงาน “เหลียวหลัง แลหน้า 25 ปี สหประกันชีวิต” เดินหน้าสร้างหลักประกันภัยสู่สมาชิกสหกรณ์ ยืนอยู่คู่กับสหกรณ์ พร้อมมุ่งมั่นสานต่อธุรกิจประกันชีวิตให้รุ่งเรืองก้าวหน้า

นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตรมว.พาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “เหลียวหลัง แลหน้า 25 ปี สหประกันชีวิต” เนื่องในโอกาสบริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ครบรอบ 25 ปีแห่งการก่อตั้ง โดยมีพล.ต.อ.นิพจน์ วีระสุนทร ประธานกรรมการบริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้นำสหกรณ์ ประมาณ 700 คน ให้การต้อนรับ ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพ

พล.ต.อ.นิพจน์ วีระสุนทร ประธานกรรมการบริษัท กล่าวว่า บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทประกันชีวิตหนึ่งเดียวของขบวนการสหกรณ์ไทย ถือกำเนิดขึ้นด้วยความร่วมมือร่วมใจของสหกรณ์ทุกประเภททั่วประเทศ กว่า 2,200 สหกรณ์ ที่ร่วมกันถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัท โดยได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2537 ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยที่ประสงค์ให้สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตที่เป็นธุรกิจของสหกรณ์ร่วมกันตามวิถีสหกรณ์ เพื่อการคุ้มครองภัยและเสริมสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตให้กับสมาชิกสหกรณ์และบุคคลในครอบครัว ได้มีการออมทรัพย์อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพิ่มสวัสดิการในการดำรงชีวิตยามวัยชรา เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งเป็นการลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและประเทศชาติต่อไป

คณะกรรมการชุดปัจจุบัน มีความมมุ่งมั่นตั้งใจและเพียรพยายามสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่สหกรณ์ ด้วยการจัดสวัสดิการและสร้างหลักประกันภัยให้แก่สหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ และปวงชน โดยมิได้แสวงหาผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียวเหมือนเช่นธุรกิจทั่วไป แต่ส่งเสริมสนับสนุนให้สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจของสหกรณ์ร่วมกันภายใต้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารกิจการตามอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ โดยมีสหกรณ์ในฐานะผู้เป็นเจ้าของบริษัทและเป็นผู้ใช้บริการหลัก จวบจนปัจจุบันบริษัทมีผลประกอบการดีขึ้นในทุกๆ ด้าน เพราะเราเชื่อว่า สหประกันชีวิตและระบบสหกรณ์จะเป็นองค์กรพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สร้างนวัตกรรมแนวใหม่ให้กับสหกรณ์ และสมาชิกสหกรณ์ ส่งผลให้สหกรณ์ต่าง ๆ เชื่อมั่นศรัทธาหันมาใช้บริการสวัสดิการประกันชีวิตกับสหประกันชีวิตเพิ่มมากขึ้นจนประสบผลสำเร็จ

ด้าน นายสหพล สังข์เมฆ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าธุรกิจประกันชีวิตมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเช่นเดียวกับระบบสหกรณ์ ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการเงิน เป็นหลักประกันความมั่นคงที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในทุกระดับ ซึ่ง“บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)” ถือเป็นบริษัทประกันชีวิตหนึ่งเดียวของขบวนการสหกรณ์ที่มีสหกรณ์ทั้ง 7 ประเภททั่วประเทศ กว่า 2,000 สหกรณ์ร่วมกันถือหุ้นเป็นเจ้าของ และมีปณิธานอันแน่วแน่ในการส่งเสริมให้สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตร่วมกันตามอุดมการณ์เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของสมาชิกสหกรณ์ บุคคลในครอบครัว และบุคคลทั่วไป โดยตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ถ้าเป็น“คน”ก็เดินทางเข้ามาสู่วัย “เบญจเพส” ซึ่งเป็นวัยที่แข็งแกร่งมั่นคงแล้ว บริษัทฯ ได้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมผลักดันให้คนสหกรณ์และประชาชนทั่วไปได้รู้จักการนำเอาหลักการประกันชีวิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างความมั่นคงในชีวิต อันส่งผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนพัฒนาการด้านสังคม และเศรษฐกิจของประเทศ

ดำเนินธุรกิจมาจนครบปีที่ 25 ได้ผ่านอุปสรรคมาหลายครั้งหลายหน แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายทั้งคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการและความร่วมแรงร่วมใจของสหกรณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้ฟันฝ่าวิกฤติปัญหามาได้จนได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากสหกรณ์ผู้ถือหุ้นและสหกรณ์ผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในปัจจุบัน ด้วยเหตุที่ “สหประกันชีวิต” ก่อกำเนิดขึ้นเพราะกฎหมายสหกรณ์ไม่อนุญาตให้สหกรณ์ดำเนินการจัดทำสวัสดิการในลักษณะการประกันชีวิตเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงได้เอง จึงต้องแยกมาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น บริษัทถือว่าความสำเร็จมิได้วัดเพียงแต่ตัวเลขหรือเชิงปริมาณแต่เพียงอย่างเดียว แต่การที่สหกรณ์ หรือสมาชิกสหกรณ์ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น มีความเข้าใจ เห็นคุณค่าความสำคัญของการสร้างหลักประกันในชีวิตโดยใช้ “สหประกันชีวิต” เป็นเครื่องมือ ถือเป็นความสำเร็จอย่างยั่งยืนที่น่าพอใจยิ่ง จากผลประกอบการของบริษัทที่มีทุนจดทะเบียน จำนวน 2,000 ล้านบาท ซึ่งทุนที่ออกและชำระแล้วกว่า 1,073 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวมกว่า 2,285 ล้านบาท มีเงินทุนสำรองประกันภัยกว่า 1,088 ล้านบาท และมีเงินกองทุนกว่า 1,101 ล้านบาท

ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทยังมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริษัทได้อยู่คู่กับสหกรณ์โดยพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสนองตอบความต้องการของสหกรณ์สมาชิกที่จะนำไปจัดสวัสดิการประกันชีวิตตามความเหมาะสมของแต่ละสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับสหกรณ์และสมาชิก ควบคู่กับการตอบแทนสังคมในทุกรูปแบบ ทั้งการสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมในด้านต่างๆ ทั้งการมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสมาชิก กิจกรรมการพัฒนาสหกรณ์ การรักษาสิ่งแวดล้อม ด้านศาสนา เป็นต้น ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่รับความร่วมแรงร่วมใจจากทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และในอนาคตเรายังคงมุ่งมั่นสานต่อธุรกิจประกันชีวิตให้มีความรุ่งเรืองก้าวหน้า เพื่อให้เป็นมรดกของสหกรณ์ผู้ถือหุ้นและสหกรณ์ผู้ใช้บริการต่อไป

“ขอขอบคุณผู้ร่วมก่อตั้ง ผู้ร่วมสานต่อ รวมถึงสหกรณ์และพันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนถึงผู้มีอุปการคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และร่วมสนับสนุนกิจการของบริษัทด้วยดีเสมอมา และขอให้คำมั่นว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของสหกรณ์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเป็นที่ตั้งควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และประเทศชาติต่อไป”นายสหพล กล่าว