จากที่เป็นข่าวในโลกออนไลน์ กรณีเด็กติดเกมเล่นแพ้แล้วคลั่ง โมโหคว้ามีดจะทำร้ายแม่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า “โรคติดเกม” (Gaming Disorder) เป็นหนึ่งในโรคทางจิตเวช มีผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพ ครอบครัว การศึกษา การงานอาชีพ และสังคม ซึ่งโรคติดเกม คือ โรคที่เกิดจากพฤติกรรมเสพติด ในทางสมองมีลักษณะคล้ายติดสารเสพติด เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาสมอง พัฒนาการ และพฤติกรรมเด็ก ส่วนใหญ่จะติดจากการเล่นเกมผ่านอินเทอร์เน็ต โดยมีอาการสำคัญคือ ใช้เวลาเล่นนานเกินไป, ขาดการควบคุมตนเองในการใช้ชีวิตปกติ เช่น การกิน การนอน และ เสียหน้าที่ การเรียน และการงาน

ดังนั้น ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ซึ่งง่ายกว่าแก้ไขภายหลัง โดยพ่อแม่ผู้ปกครองควรทำข้อตกลง 3 ประการก่อนให้ลูกเริ่มเล่นเกม ดังนี้ 1. เวลา ควรแบ่งเวลาให้ลูกเล่นเกมอย่างเหมาะสม กำหนดระยะเวลาในการเล่นวันละ 1- 2 ชั่วโมง และไม่ควรให้เล่นเกมในเวลาเรียน หรือเล่นในช่วงกลางคืน 2. เนื้อหา ในส่วนของเนื้อหาต้องไม่มีความรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กไปเสพข้อมูลความรุนแรงเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต และ 3. พฤติกรรม การเล่นเกมต้องไม่นำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาทิ ไม่ยอมไปเรียน โดดเรียน ไม่กินข้าวตามเวลา ไม่ยอมนอน มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงทางกายและวาจา เป็นต้น

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า เรื่องติดเกมไม่ใช่เป็นปัญหาแค่ตัวเด็ก แต่เป็นปัญหาของทั้งครอบครัวที่ต้องร่วมกันจัดการ หากไม่สามารถจัดการได้ ให้ปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นในสังกัดกรมสุขภาพจิต หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง