ภายหลังสาวลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน สูญเสีย ก๋ง ผู้เป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยสาวลิเดีย ได้เผยความรู้สึกและความทรงจำที่น่าจดจำตลอดเวลาที่ก๋งมีชีวิต ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยระบุข้อความว่า...

ก๋งของเดียนั่งเรือจากเมืองจีนมาเมืองไทยแบบ ‘เสื่อผืนหมอนใบ’ แม่เล่าให้ฟังว่าตอนนั้นลำบากมาก ก๋งอพยพมาหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองไทย

ก๋งทำงานตั้งแต่การหาบหมูขาย จนมาเป็นเสมียนให้บริษัทก่อสร้าง เดินทางไปตามไซท์งานก่อสร้างถนนต่างๆ และได้พบรักกับคุณยายที่แปดริ้ว ตอนนั้นทางบ้านคุณยายขายขนมหวาน ก๋งก็จะเหมาซื้อขนมของยายหมดเลย ก๋งตั้งใจทำงานดิ้นรนจนได้เรียนรู้มีวิชาชีพและได้ก่อตั้งบริษัทก่อสร้าง civil engineer ของตัวเองคือ ลิ้มเจริญ มาในปี 2507 เพื่อสร้างถนนหลายๆเส้นให้กับเมืองไทย สมัยนั้นได้ฉายาว่าเป็น 5 เสือการทางของเมืองไทย ก๋งก่อสร้างถนนแจ้งวัฒนะที่เป็นสี่เลน สะพานยูเทริ์น วิภาวดี-รังสิต ถนนธนบุรีปากท่อถึงกุยบุรี ถนนชะอำ-ปราณบุรีตัดใหม่ เป็นต้น

ครั้งสุดท้ายที่ได้ไปเยี่ยมก๋งที่โรงพยาบาลคือเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ตอนเดินเข้าไปในห้อง CCU เดียถามแม่ว่า “ก๋งยังรับรู้อะไรได้บ้างไหม?” แม่ตอบว่า “ก๋งไม่รับรู้อะไรแล้วลูก” เดียเดินไปที่ข้างๆเตียงพร้อมกับแม่ แล้วพูดข้างๆหูของก๋งว่า “เดียมาหาค่ะก๋ง” จากที่ก๋งนอนอยู่นิ่งๆเหมือนไม่รับรู้อะไรแล้ว ก๋งหันหน้ามาหาเดีย แล้วมองเข้ามาในตาของเดีย ก๋งเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่สื่อสารได้แค่จากดวงตา เดียบอกก๋งว่าก๋งเหนื่อยแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ทุกคนรักก๋ง มาหาก๋งกันครบทุกคน เขามองเดียอยู่พักใหญ่ๆแล้วค่อยๆหันหน้ากลับไป จังหวะนั้นเดียเลยได้เห็นว่าก๋งมีน้ำตาไหลออกมาข้างๆตาของก๋ง ก๋งน่าจะยังรับรู้ว่าหลานๆมาหาเพื่อร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย

เกิด แก่ เจ็บ ตาย. เราทุกคนต้องเจอ. รักกันไว้เยอะๆเพราะวันที่ยังเหลืออยู่บนโลกนี้ไม่รู้มีกันอีกซักกี่วัน. ก๋งของเดียอายุ 94. สำหรับธรรมเนียมคนจีนแล้ว คนที่อายุเกิน 90 จะไม่มีการไว้ทุกข์เพราะถือว่าเค้าได้ใช้ชีวิตมาอย่างเต็มที่และไปสบายแล้ว
ก๋งหลับให้สบายนะคะ หมดทุกข์ หมดห่วง เดียภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นหลานของก๋งค่ะ
18/10/2019



ดูโพสต์นี้บน Instagram


ก๋งของเดียนั่งเรือจากเมืองจีนมาเมืองไทยแบบ ‘เสื่อผืนหมอนใบ’ แม่เล่าให้ฟังว่าตอนนั้นลำบากมาก ก๋งอพยพมาหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองไทย ก๋งทำงานตั้งแต่การหาบหมูขาย จนมาเป็นเสมียนให้บริษัทก่อสร้าง เดินทางไปตามไซท์งานก่อสร้างถนนต่างๆ และได้พบรักกับคุณยายที่แปดริ้ว ตอนนั้นทางบ้านคุณยายขายขนมหวาน ก๋งก็จะเหมาซื้อขนมของยายหมดเลย ก๋งตั้งใจทำงานดิ้นรนจนได้เรียนรู้มีวิชาชีพและได้ก่อตั้งบริษัทก่อสร้าง civil engineer ของตัวเองคือ ลิ้มเจริญ มาในปี 2507 เพื่อสร้างถนนหลายๆเส้นให้กับเมืองไทย สมัยนั้นได้ฉายาว่าเป็น 5 เสือการทางของเมืองไทย ก๋งก่อสร้างถนนแจ้งวัฒนะที่เป็นสี่เลน สะพานยูเทริ์น วิภาวดี-รังสิต ถนนธนบุรีปากท่อถึงกุยบุรี ถนนชะอำ-ปราณบุรีตัดใหม่ เป็นต้น ครั้งสุดท้ายที่ได้ไปเยี่ยมก๋งที่โรงพยาบาลคือเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ตอนเดินเข้าไปในห้อง CCU เดียถามแม่ว่า “ก๋งยังรับรู้อะไรได้บ้างไหม?” แม่ตอบว่า “ก๋งไม่รับรู้อะไรแล้วลูก” เดียเดินไปที่ข้างๆเตียงพร้อมกับแม่ แล้วพูดข้างๆหูของก๋งว่า “เดียมาหาค่ะก๋ง” จากที่ก๋งนอนอยู่นิ่งๆเหมือนไม่รับรู้อะไรแล้ว ก๋งหันหน้ามาหาเดีย แล้วมองเข้ามาในตาของเดีย ก๋งเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่สื่อสารได้แค่จากดวงตา เดียบอกก๋งว่าก๋งเหนื่อยแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ทุกคนรักก๋ง มาหาก๋งกันครบทุกคน เขามองเดียอยู่พักใหญ่ๆแล้วค่อยๆหันหน้ากลับไป จังหวะนั้นเดียเลยได้เห็นว่าก๋งมีน้ำตาไหลออกมาข้างๆตาของก๋ง ก๋งน่าจะยังรับรู้ว่าหลานๆมาหาเพื่อร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย เกิด แก่ เจ็บ ตาย. เราทุกคนต้องเจอ. รักกันไว้เยอะๆเพราะวันที่ยังเหลืออยู่บนโลกนี้ไม่รู้มีกันอีกซักกี่วัน. ก๋งของเดียอายุ 94. สำหรับธรรมเนียมคนจีนแล้ว คนที่อายุเกิน 90 จะไม่มีการไว้ทุกข์เพราะถือว่าเค้าได้ใช้ชีวิตมาอย่างเต็มที่และไปสบายแล้ว ก๋งหลับให้สบายนะคะ หมดทุกข์ หมดห่วง เดียภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นหลานของก๋งค่ะ 18/10/2019

โพสต์ที่แชร์โดย Lydia Sarunrat Deane (@lydiasarunrat) เมื่อ