เมื่อวันที่ 19 ต.ค.62 พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ปกรษณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สว.กก.2 บก.ป. และ ร.ต.อ.สุรชัย จันทร์สิงห์ รอง สว.กก.2 บก.ป. พร้อม พ.ต.อ.รพีพัฒน์ อุสาหะ ผกก.สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ และพ.ต.ต.นวสินธ์ ล่ำสัน สว.สส.สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันจับกุมตัว ร.ต.เด่นชัย ภูหงษ์ทอง อายุ 50 ปี อดีตนายทหารกองทัพบก อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.4 ต.หนองตาไก้ อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.338/2560 ลงวันที่ 7 ก.ย.60 ในข้อหาว่า ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ได้ที่บริเวณหน้าร้านกาแฟ คอบสตอร์รี่คาเฟ่ กองปราบปราม ถนนพลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทั้งนี้เมื่อเดือน ม.ค.59 ร.ต.เด่นชัย ภูหงษ์ทอง ผู้ต้องหา ได้มาสอบถามว่ามีลูกหลานที่เรียนจบมาทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บ้างหรือไม่บอกว่าตนเองมีโควตา สามารถฝากเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานประจำปี 59 จำนวน 2 คน ผู้ต้องหาได้มาติดต่อกับผู้เสียหายจะฝากลูกชายของเขาเข้าทำงานในกรมราชทัณฑ์ ตำแหน่งนักทัณทวิทยา เขาตอบตกลงจึงได้ให้นายเจษฎา สหัสทัศน์ บุตรชายของผู้เสียหาย ไปสมัครสอบตามคำแนะนำ และได้ขอเงินเป็นค่าอำนวยความสะดวกเพื่อที่จะช่วยลูกชายของผู้เสียหายเป็นจำนวน 5 หมื่นบาท ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินเข้าบัญชี ร.ต.เด่นชัย ภูหงษ์ทอง บัญชี ธนาคารทหารไทย สาขาร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 4 เม.ย.59 และเดือนมิ.ย.59 ได้ขอให้โอนเงินเพิ่มอีก 3 หมื่นบาท เพื่อเป็นค่าอำนวยความสะดวก ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินข้าบัญชี ร.ต.เด่นชัย ภูหงษ์ทอง และต่อมาผู้ต้องหาได้นัดให้ผู้เสียหายนำเงินไปให้อีก 5 หมื่นบาท โดยผู้ต้องหามารับเงินสดด้วยตัวเองที่บ้านนายประภาส เขตอนันต์ เลขที่ 114 หมู่ 10 บ้านบึง ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ต่อมาประกาศผล การสอบ รายชื่อผู้ที่สอบผ่าน ปรากฏว่าไม่มี ชื่อนายเจษฎาฯ ผู้เสียหายจึงได้สอบถามผู้ต้องหาว่าทำไมจึงไม่มีชื่อลูกชายของผู้เสียหายในบัญชีรายซื่อผู้ที่สอบผ่าน ผู้ต้องหาได้ตอบบ่ายเบี่ยงบอกว่าลูกชายของผู้เสียหายอยู่ในกลุ่มโควต้าพิเศษและสุดท้ายก็ไม่ได้บรรจุในตำแหน่งดังกล่าวต่อมาผู้ต้องหาได้มาเสนออีกว่าต้องการที่จะเป็นทหาร หรือไม่ในตำแหน่งพลขับหรือตำแหน่งธุรการที่กองทัพบก เนื่องจากว่าผู้ต้องหาเป็นทหารทำงานอยู่ภายในกองทัพบก ทราบว่าจะมีการบรรจุบุคคลนอกเข้าดำรงตำแหน่ง และตนเองได้โควต้ามา จึงได้มาติดต่อผู้เสียหายว่าจะช่วยให้ลูกชายให้ได้บรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งดังกล่าว โดยไม่ต้องมีการสอบบรรจุแต่อย่างใด โดยผู้ต้องหาจะช่วยให้ได้บรรจุเข้าแทนพนักงานคนเก่าซึ่งเขาได้เกษียณอายุไป จะได้บรรจุประมาณเดือน พ.ย. 59 จึงได้หลงเชื่อผู้ต้องหาบอกกับผู้เสียหายจำเป็นจะต้องใช้เงินในการดำเนินการ และค่าเสียเวลาของผู้ต้องหาเป็นเงินจำนวน 6หมื่นบาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินเข้าบัญชี ร.ต.เด่นชัย ภูหงษ์ทอง เมื่อวันที่ 7 ต.ค.59 รวมเงินทั้งสิ้นที่ผู้เสียหายได้เสียให้กับผู้ต้องหาไปเป็นจำนวนเงิน 190.000 บาท (หนึ่งแสนเก้าหมื่นบาทถ้วน) และเมื่อถึงเดือน พ.ย. ผลปรากฏว่า ลูกชายของผู้เสียหายไม่ได้บรรจุตามที่ผู้ต้องหาตกลงไว้ จึงได้ติดต่อทางโทรศัพท์ ไปยังถามว่าทำไมลูกชายตนยังไม่ได้บรรจุ ผู้ด้องหาบอกว่าให้รอไปก่อน กำลังประสานงานอยู่หากได้ผลประการใดจะได้ติดต่อกลับมา จนกระทั่งหลายเดือนผู้ต้องหาก็ยังไม่ได้ติดต่อกลับมาหาแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อต้นเดือน พ.ค.60 ผู้ด้องหาได้ ติดต่อมาให้และนายเจษฎา ลูกชายของให้ไปพบที่ค่ายอดิศร จ.สระบุรี ภายในวันที่ 18 พ.ค.60 เพื่อไปเลือกตำแหน่งผู้เสียหายจึงได้ให้นางเบญจา สหัสทัศน์ และนายเจษฎาฯ เดินทางไปพบผู้ต้องหาตามที่นัดหมายกัน เมื่อไปพบผู้ต้องหาตามนัดหมายแล้วผู้ต้องหาได้บอกว่า จะได้บรรจุในตำแหน่งพลขับที่ค่ายทหาร จ.ปราจีนบุรี และผู้ต้องหาบอกว่าจะได้ติดต่อประสานงานกับทางค่ายฯ ที่ ปราจีนบุรี ให้เมื่อได้ผลประการใดจะได้ติดต่อกลับมาให้เตรียมตัวรอรับตำแหน่งได้เลย หลังจากนั้นได้หายเงียบไปเลย ผู้เสียหายได้พยายามติดต่อหาหลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อเดือนมิ.ย.60 ผู้เสียหายพร้อมนางเบญจา ภรรยาได้เดินทางไปยังที่บ้านพักของผู้ด้องหา บ้านเลขที่ 10หมู่ที่ 4 ต.หนองงตาไก้ อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด พบกับนางนิธิมา ภูหงษ์ทอง ภรรยาของ ร.ต.เด่นชัย ผู้ต้องหา ได้บอกว่า สามีได้ลาออก หรือเออรี่ จากราชการทหารแล้วและไม่ทราบว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน จากนั้นผู้เสียหาย ได้พยายามติดต่อเพื่อที่จะขอเงินคืน แต่ผู้ต้องหาได้บ่ายเบี่ยงผัดผ่อนเรื่อยมา และไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงรู้ว่าถูกหลอกลวงจึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี ให้ถึงที่สุด ชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และยอมรับว่า ก่อเหตุมาหลายครั้งแต่เคลียร์ยอมความกับผู้เสียหายก่อนที่จะเข้าแจ้งความ ส่วนคดีนี้ยังไม่มีเงินไปคืนก็เลยถูกแจ้งความจับดังกล่าว ชุดจับกุมจึงได้นำตัวส่ง พงส. สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป