นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย เผย ช่วงเทศกาลออกพรรษาและลอยกระทงมีผู้ได้รับอันตรายจากการจุดประทัดจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเด็ก แนะผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด พร้อมห้ามเล่นประทัด ลดความเสี่ยงเกิดอันตราย ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิต

นายวิศณุ วิทยาบำรุง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลออกพรรษาและลอยกระทง มักมีร้านค้านำดอกไม้ไฟ ประทัด และพลุ มาจำหน่ายจำนวนมาก เนื่องจากประชาชนนิยมจุดประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลดังกล่าว ขณะเดียวกันทุกปีจะมีผู้ได้รับอันตรายจากการจุดประทัดหลายราย ส่วนใหญ่เป็นเด็ก กลุ่มอายุระหว่าง 10-14 ปี และ 5-9 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าห่วงที่สุด เพราะอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์โดยซื้อประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ มาจุดเล่นเองตามลำพังหรือในกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกัน ทำให้มีโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง โดยผลกระทบจากประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ ก่อให้เกิดอันตรายจากไฟไหม้และการระเบิด เกิดความเสียหายต่อชีวิต การบาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหาย ทำให้ผิวหนังไหม้และอาจสูญเสียอวัยวะสำคัญ ซึ่งบางรายรุนแรงถึงขั้นตาบอด หรือนิ้วขาดได้

นอกจากนี้ อาจได้รับอันตรายจากสารเคมีต่างๆ ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ ระคายเคืองต่อหู ตา จมูก ทำลายตับ ม้าม และเกิดอัมพาตที่แขน ขา ตลอดจนอาจเกิดอันตรายจากเสียงระเบิดของพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง มีผลทำให้เกิดอาการหูตึงชั่วคราว หากได้ยินติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือหากเสียงดังมากแม้ได้ยินเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลให้เกิดอาการหูตึงถาวร รวมทั้ง มีผลต่อผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิต เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ขอให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดและควรสอนเด็กว่าประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุไม่ใช่ของเล่น เป็นวัตถุอันตรายสำหรับเด็ก และห้ามเด็กนำประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุมาจุดเล่นเด็ดขาด รวมถึงไม่ควรให้เด็กอยู่ใกล้กับบริเวณที่มีการจุดประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ

คำแนะนำในการจุดประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ สำหรับผู้ใหญ่ เพื่อความปลอดภัยควรปฏิบัติดังนี้ 1.ไม่เล่นผาดโผน ใกล้วัตถุไวไฟหรืออาคารบ้านเรือน 2.ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กนำประทัด ดอกไม้ไฟมาเล่น 3.หากจำเป็นต้องใช้ในงานพิธีต้องอ่านคำแนะนำก่อน และควรจุดให้ห่างจากตัวประมาณ 1 ช่วงแขน 4.ห้ามพยายามจุดประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุที่จุดแล้วไม่ติดหรือไม่ระเบิดอย่างเด็ดขาด 5.ไม่เก็บประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุไว้ในกระเป๋าเสื้อ กางเกง หรือที่มีอากาศร้อน แดดส่องถึง เพราะอาจเกิดการเสียดสีและระเบิดได้ 6.ควรเตรียมภาชนะบรรจุน้ำไว้ใกล้บริเวณที่เล่น ไว้ใช้กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน 7.ห้ามประกอบหรือดัดแปลงประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุไว้เล่นเองเด็ดขาด 8.ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 อย่างเคร่งครัด และ 9.หากเกิดอุบัติเหตุ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อนิ้วหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งขาดจากแรงระเบิด ให้รีบห้ามเลือดบริเวณที่อวัยวะขาด โดยใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผล พันแผลบริเวณเหนือแผลให้แน่นเพื่อป้องกันเลือดออก ไม่ควรใช้เชือกหรือสายรัดเพราะจะทำให้เส้นประสาทหรือหลอดเลือดเสียได้

หากประชาชนพบเห็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากการจุดประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ ขอให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ฉุกเฉิน โทร.1669 นอกจากนี้ ควรสังเกตอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ควรงดอาหารทางปาก และจิบน้ำได้เล็กน้อย เพราะอาจจะต้องรับการผ่าตัดด่วน.
ภัทรวินทร์ ลีปาน
หนองคาย