ป.รวบพระหลวงตาหนีคดีข่มขืนเด็ก11มาบวช ขณะจับออกอุบายโดดหนีสุดท้ายไม่รอด

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.62 พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป. พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายเจอ ประกาสิทธิ อายุ 79 ปี อยู่เลขที่ 45 หมู่ที่ 9 ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.280/2553 ลง 4 มิ.ย.53 ในข้อหา “โดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม” ได้ที่ วัดแห่งหนึ่ง ใน ต.ขามป้อม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม

ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ นายเจอ ประกาสิทธิ อายุ 79 ปี พักอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสาว ที่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 9 ต.หนองเม็ก อ.หนองหาร จ.อุดรธานี นายเจอฯ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการประกอบศาสนพิธีในหมู่บ้าน จนได้รับความเคารพนับถือจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ต่อมาเมื่อปี 2550 ขณะที่ผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงอายุได้ 11 ปี ได้ไปเล่นกับหลานของนายเจอฯ ที่บ้านหลังที่ผู้ต้องหาพักอยู่ระหว่างนั้นผู้ต้องหาได้เรียกให้ผู้เสียหายเข้ามาพบภายในห้อง จากนั้นได้ออกอุบายให้ผู้เสียหายถอดเสื้อผ้าแล้วได้ลงมือกระทำชำเราผู้เสียหายจนผู้ต้องหาสำเร็จความใคร่ เสร็จแล้วได้ให้เงินแก่ผู้เสียหาย 100 บาท พร้อมกับข่มขู่ผู้เสียหายไม่ให้บอกใครหลังจากนั้นหลังจากนั้นผู้ต้องหาก็ได้กระทำชำเราผู้เสียหายเรื่อยมาจำนวนหลายครั้งหลายคราว หลังที่ผู้เสียหายเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา ผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหายมากระทำชำเราที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง โดยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 53

ต่อมาพ่อแม่เด็กหญิงทราบเรื่อง จึงเรียกนายเจอฯ มาตกลงพูดคุยกับเรื่องที่เกิดขึ้น นายเจอฯ ได้หลบหนีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พ่อแม่ของเด็กหญิงจึงไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพงส.สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี ออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นายเจอฯ ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปบวชเป็นภิกษุสงฆ์ จึงลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว และทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมาบวชเป็นพระภิกษุที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.มหาสารคราม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและเมื่อ 11 ต.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาวัดที่ผู้ต้องหาบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ทราบว่า นายเจอฯ หลบหนีมาบวชที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคราม จึงเข้าตรวจสอบพบนายเจอฯ นุ่งห่มผ้าเหลืองบวชเป็นพระอยู่ภายในวัดเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับให้ตรวจสอบดู

ต่อมานายเจอฯ ได้ออกอุบายขอเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่าตัวเองแก่แล้วสุขภาพไม่ค่อยดี ขอเวลาให้ได้ฉันอาหารเพลและได้กินยาที่ศาลาก่อนที่จะพาไปทำการสึก ได้อาศัยจังหวะนั้นกระโดดลงทางหน้าต่างทางด้านหลังศาลาที่ฉันเพลวิ่งหลบหนีไปทางหลังวัดเข้าไปหลบหนีในบ้านของชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปจนสามารถจับกุมได้ จึงได้เชิญตัวกลับไปที่วัดและได้ทำการขอให้เจ้าคณะอำเภอลาสิกขา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งข้อกล่าวหาและจับกุม นำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม และนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี เพื่อดำเนินคดีต่อไป