เมื่อวันที่ 12 ต.ค.62 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พ.ต.ท.ยุทธิวัสส์ กล่ำกล่อมจิตร์ พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมนายอุทิน พรพจน์ธนมาศ อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 408/39 หมู่ 7 ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1082/2561 ลงวันที่ 16 พ.ค.61 ในข้อหา “มียุทธภัณฑ์ (รถยนต์นั่งกันกระสุน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”ได้ที่ริมถนนบ้านค่าย-ระยอง หน้าโรงเรียนเขาคันทรง ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2559 ตำรวจทางหลวงได้ตั้งจุดสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด อยู่บริเวณถนนพหลโยธิน บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้มีรถยกซึ่งบรรทุกรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน พร 3834 กทม ขับฝ่าด่านตรวจไปอย่างรวดเร็ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการไล่ติดตามรถยนต์คันดังกล่าว ภายหลังพบว่ามี นายแดง (นามสมมุติ) มีชื่อเป็นผู้ครอบครองตรวจสอบประวัติพบคดีเกี่ยวกับยาเสพติด จึงขยายผลจับกุม โดยขออนุมัติหมายจับนายแดงและนายอุทินฯ ต่อศาลอาญาข้อหา “มียุทธภัณฑ์ (รถยนต์นั่งกันกระสุน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนญาต” มาดำเนินคดี

คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป ได้รับแจ้งจากตำรวจทางหลวงว่า ได้ยึดรถยนต์กระบะสี่ประตู สีบรอนซ์ ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน พร 3834 กทม ตรวจสอบทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวมีลักษณะพิเศษคือมีอุปกรณ์ห่อหุ้มป้องกันการกระแทกรอบคัน สามารถป้องกันกระสุนปืนได้สันนิษฐานว่า จะนำไปใช้ในการขนยาเสพติดทางภาคเหนือ จากการตรวจสอบเจ้าของเบื้องต้นพบว่า มีประวัติคดียาเสพติดจึงสืบหาที่มาของรถยนต์กระบะพบว่านายแดง (นามสมมุติ) ได้รับซื้อมาจากนายอุทิน และนายอุทิน ก็ได้รับซื้อรถยนต์กระบะมาจากนายดำ(นามสมมุติ)

จากการสืบสวนรถยนต์กระบะ มีลักษณะแต่งเติมส่วนประกอบที่แข็งแรง เช่นทำที่ครอบแบตเตอรี่ หม้อน้ำ ส่วนกระจกหน้าและรอบคันจะใช้กระจกใสอะครีลิค หนาประมาณ 4 นิ้ว ดัดแปลงแทนกระจกปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.4 บก.ป จึงอนุมัติขอหมายจับผู้ต้องหา รวมทั้งหมด 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายอุทิน ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.ศรีราชา มาดำเนินคดีต่อไปเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบทราบว่า นายอุทิน ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวได้หลบหนีไปอยู่ที่เขตจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชลบุรี วางแผนการจับกุมได้ในที่สุด

สอบสวนนายอุทินฯ ได้ให้การรับว่าได้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาจากนายดำ(นามสมมุติ) เพราะเห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีกระจกหนากว่ารถยนต์ทั่วไปปกติ จึงซื้อมาในราคา 600,000 บาท เพื่อนำมาใช้ส่วนตัวและงานปราบปราม ยาเสพติดในพื้นที่ ต่อมานายแดง (นามสมมุติ) ได้มาขอซื้อ จึงขายไปในราคาเท่าทุน โดยนายอุทิน ไม่ทราบว่านายแดง (นามสมมุติ) เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดและไม่รู้เรื่องว่านายแดง จะนำรถยนต์คันดังกล่าวไปก่อเหตุขนยาเสพติดแต่อย่างไร