ลานบ้านกลางเมือง/บูรพา โชติช่วง: น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงฟื้นฟูจารีตประเพณี พยุหยาตราชลมารค

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสนพระทัยในเรื่องการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูจารีตประเพณีที่สืบมาแต่โบราณหลายอย่างที่เลิกร้างไป นับตั้งแต่ประเทศมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 หนึ่งในพระราชพิธีนี้คือ การเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราชลมารค ขึ้นใหม่

จากเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรอู่เรือพระราชพิธีที่ปากคลองบางกอกน้อย ซึ่งช่วงเวลานั้นเรือพระราชพิธีขาดการดูแลซ่อมแซมและชำรุดทรุดโทรม เนื่องจากโรงเก็บเรือพระราชพิธีได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดในช่วงสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา ส่งผลให้เรือพระราชพิธีได้รับความเสียหายไปหลายสิบลำ พระองค์ทรงบันทึกภาพเรือพระราชพิธีต่างๆ ในครั้งนั้นได้มีพระราชดำริว่า

“ถ้าจะโปรดให้มีการฟื้นฟูประเพณี การเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารคขึ้น ก็ดูจะไม่เป็นการสิ้นเปลืองอะไรนัก เพราะคนก็ใช้กำลังทหารเรือเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทำขึ้นครั้งเดียวก็ใช้ได้นานปี ส่วนประโยชน์ที่จะพึงได้รับนั้นมีอยู่มากมายและหลายทางด้วยกัน เช่นเรือพระราชพิธีต่างๆ อันสวยงามและทรงคุณค่าในทางศิลปะอย่างยิ่งนั้น ก็จะได้รับการดูแลรักษาและบูรณะซ่อมแซมให้ดีอยู่เสมอ เป็นการรักษาสมบัติอันมีค่าของชาติให้มีอายุยืนยาวออกไป ทั้งจะได้เป็นการฟื้นฟูขนบประเพณีอันดีที่บรรพชนของเราได้กระทำมาแล้วแต่ปางก่อน ให้ดำรงคงอยู่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาติ เป็นการบำรุงขวัญและก่อให้เกิดความภาคภูมิใจของคนไทย ทั้งยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมของชาติไทยที่มีแต่โบราณกาล ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของชาวต่างประเทศอยู่ตลอดกาลด้วย”
(คัดจากเรื่อง “โขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ” กาญจนา โอษฐยิ้มพราย , นิตยสารศิลปากร พ.ค. – มิ.ย. 2560)

การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นทำให้ได้มีการบูรณะซ่อมแซมเรือ และโอนเรือพระราชพิธี 36 ลำ ให้กรมศิลปากรดูแลเก็บรักษาไว้ที่อู่เรือพระราชพิธี ส่วนที่เหลืออีกราว 32 ลำ เป็นพวกเรือตำรวจ เรือดั้ง เรือแซง กองทัพเรือเก็บรักษาไว้ (วิกิพีเดีย)
ด้านการฟื้นฟูจารีตประเพณีขบวนพยุหยาตราชลมารค เริ่มครั้งแรก พ.ศ.2500 เนื่องในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ จากนั้น พ.ศ.2502 เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราชลมารค (น้อย) ณ วัดอรุณราชวราราม และจัดขบวนต่อเนื่องเกือบทุกปี กระทั่งพ.ศ.2525 จัดขบวนพยุหายาตราชลมารค (ใหญ่) ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ครบรอบ 200 ปี และยังคงจัดขบวนถวายผ้าพระกฐินอย่างต่อเนื่อง

ปี พ.ศ. 2537 กองทัพเรือร่วมกับกรมศิลปากรจัดสร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเฉลิมฉลองในวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2539 โดยได้นำโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 นำมาเป็นต้นแบบ และทรงพระราชทานนามเรือพระที่นั่งลำนี้ว่า “เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9”

หลังจากจัดสร้างเรือพระที่นั่งลำนี้แล้วเสร็จ เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม มีเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งทรง เรือพระนั่งสุพรรณหงส์เป็นเรือพระที่นั่งรอง เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นเรือทรงผ้าไตร มีเรือร่วมในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ทั้งสิ้น 52 ลำ กำลังพลรวมทั้งสิ้นกว่า 2,200 นาย

ขบวนพยุหยาตราชลมารคได้จัดอย่างต่อเนื่อง กระทั่งครั้งหลังสุด พ.ศ.2555 จัดขบวนพยุหยาตราชลมารค (ใหญ่) เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2555
ในการฟื้นฟูจารีตประเพณีขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ส่วนมากจะเป็นการเสด็จไปทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม และพิธีสำคัญต่างๆ ในแต่วโรกาส(มิได้เสด็จ) รวมแล้ว 17 ครั้งในรัชกาล
น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงฟื้นฟูจารีตประเพณีขบวนพยุหยาตราทางชลมารค อยู่คู่แผ่นดินสืบไป


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม ในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก (ภาพวิกิพีเดีย)


ภาพเก่า ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค (กรมศิลปากร)


เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9