บรรยากาศริมฝั่งโขงอันเงียบสงบ คล้ายกำลังพักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้ เตรียมรับคลื่นมหาชนที่จะมาชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค วันที่ 13 ตุลาคม 2562 ที่บ้านน้ำเป และบ้านท่าม่วง ตำบลรัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย ดูสะอาด เรียบร้อย แฝงด้วยเสน่ห์ของวิถีชาวบ้าน มีป้ายบอกทางเข้าจุดชมบั้งไฟพญานาค พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมสัมผัสปรากฏการณ์แห่งศรัทธาและร่วมกิจกรรม ในงานออกพรรษาบั้งไฟพญานาค นาคารัตบุรี ประจำปี 2562 ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 12–14 ตุลาคม 2562 ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอรัตนวาปี กิจกรรมสำคัญคือ การรำบวงสรวงองค์พญานาคราช จำนวน 1,250 คน และการแสดงวีดีทัศน์ชุดตำนานบั้งไฟพญานาคและตำนานนาคารัตนบุรี และการแสดงน้ำพุดนตรี ช่วงเย็นวันที่ 12 ตุลาคม 2562 ณ บริเวณท่าน้ำบ้านท่าม่วง
นายตาหม่อน ทาสาจันทร์ อายุ 54 ปี ชาวบ้านน้ำเป เล่าว่า เคยเห็นบั้งไฟพญานาคมาตั้งแต่จำความได้ โดยเป็นลูกไฟสีเขียวผุดขึ้นมาจากน้ำ จากนั้นเป็นสีชมพูก่อนจะสลายไปในอากาศ ตนมีความรักความผูกพันกับบ้านเกิดมาก แม้จะมีโอกาสไปทำงานต่างจังหวัด แต่สุดท้ายก็กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านน้ำเป ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาชมบั้งไฟพญานาค ที่ตนเชื่อว่าบั้งไฟพญานาคเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริง มิได้มีผู้ใดมาทำให้เกิด สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาชมบั้งไฟพญานาค นำรถมาจอดได้ที่วัดและโรงเรียนซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำโขง ใช้เวลาเดินเพียง 2 นาที ก็ถึงริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้ว
น.ส.สุวนันท์ ชาภิรมย์ อายุ 21 ปี และ น.ส.พรรณณิภา บุษบา อายุ 24 ปี คนหนองคายแต่กำเนิด มีโอกาสเดินทางมาชมบั้งไฟพญานาคที่ อำเภอรัตนวาปี เกือบทุกปี รู้สึกมหัศจรรย์ทุกครั้งที่ได้เห็นและมีความเชื่อตามตำนานที่เชื่อมโยงพุทธประวัติว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดพระนางสิริมหามายาพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา 1 พรรษา จนดับขันธ์ปรินิพพาน ได้เสด็จสู่โลก ในวันออกพรรษา พร้อมผายพระกรออกเป็นพระพุทธรูปปางเปิดโลก ชาวพุทธเชื่อกันว่า สวรรค์ มนุษย์ และบาดาล จะเปิดถึงกันในวันนี้ เหล่าพญานาคทั้งหลายต่างพ่นลูกไฟถวายชื่นชมยินดี จึงเป็นที่มาของ บั้งไฟพญานาค ตามความเชื่อและศรัทธา
ด้าน นายวิชัย ทองสัมฤทธิ์ นักท่องเที่ยวชาวจังหวัดระยอง บอกว่า ทราบข่าวการเกิดบั้งไฟพญานาคทางโทรทัศน์มานานแล้ว แต่ไม่เคยมาชม ปีนี้ตั้งใจจะชมให้ได้จึงเดินทางมาก่อน เกรงรถจะติด โดยพาครอบครัวมากางเต้นท์นอนริมแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านท่าม่วง ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่มีใครทำให้เกิด แต่จะเกิดจากอะไรนั้น ตนมิอาจทราบได้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดหนองคาย ที่ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส มีไมตรี ซึ่งตนมาแล้วเกิดความประทับใจ
สำหรับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พบว่า การทับถมของซากพืช ซากสัตว์ ทำให้ปริมาณก๊าซมีเทนใต้น้ำโขงสะสมมาก อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดบั้งไฟพญานาค แล้วเหตุใด บั้งไฟพญานาค จึงเกิดขึ้นเพียงช่วงเทศกาลออกพรรษา ยังไม่มีผู้ใดให้คำตอบได้.
ภัทรวินทร์ ลีปาน
หนองคาย
นายตาหม่อน ทาสาจันทร์ อายุ 54 ปี ชาวบ้านน้ำเป เล่าว่า เคยเห็นบั้งไฟพญานาคมาตั้งแต่จำความได้ โดยเป็นลูกไฟสีเขียวผุดขึ้นมาจากน้ำ จากนั้นเป็นสีชมพูก่อนจะสลายไปในอากาศ ตนมีความรักความผูกพันกับบ้านเกิดมาก แม้จะมีโอกาสไปทำงานต่างจังหวัด แต่สุดท้ายก็กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านน้ำเป ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาชมบั้งไฟพญานาค ที่ตนเชื่อว่าบั้งไฟพญานาคเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริง มิได้มีผู้ใดมาทำให้เกิด สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาชมบั้งไฟพญานาค นำรถมาจอดได้ที่วัดและโรงเรียนซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำโขง ใช้เวลาเดินเพียง 2 นาที ก็ถึงริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้ว
น.ส.สุวนันท์ ชาภิรมย์ อายุ 21 ปี และ น.ส.พรรณณิภา บุษบา อายุ 24 ปี คนหนองคายแต่กำเนิด มีโอกาสเดินทางมาชมบั้งไฟพญานาคที่ อำเภอรัตนวาปี เกือบทุกปี รู้สึกมหัศจรรย์ทุกครั้งที่ได้เห็นและมีความเชื่อตามตำนานที่เชื่อมโยงพุทธประวัติว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดพระนางสิริมหามายาพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา 1 พรรษา จนดับขันธ์ปรินิพพาน ได้เสด็จสู่โลก ในวันออกพรรษา พร้อมผายพระกรออกเป็นพระพุทธรูปปางเปิดโลก ชาวพุทธเชื่อกันว่า สวรรค์ มนุษย์ และบาดาล จะเปิดถึงกันในวันนี้ เหล่าพญานาคทั้งหลายต่างพ่นลูกไฟถวายชื่นชมยินดี จึงเป็นที่มาของ บั้งไฟพญานาค ตามความเชื่อและศรัทธา
ด้าน นายวิชัย ทองสัมฤทธิ์ นักท่องเที่ยวชาวจังหวัดระยอง บอกว่า ทราบข่าวการเกิดบั้งไฟพญานาคทางโทรทัศน์มานานแล้ว แต่ไม่เคยมาชม ปีนี้ตั้งใจจะชมให้ได้จึงเดินทางมาก่อน เกรงรถจะติด โดยพาครอบครัวมากางเต้นท์นอนริมแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านท่าม่วง ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่มีใครทำให้เกิด แต่จะเกิดจากอะไรนั้น ตนมิอาจทราบได้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดหนองคาย ที่ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส มีไมตรี ซึ่งตนมาแล้วเกิดความประทับใจ
สำหรับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พบว่า การทับถมของซากพืช ซากสัตว์ ทำให้ปริมาณก๊าซมีเทนใต้น้ำโขงสะสมมาก อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดบั้งไฟพญานาค แล้วเหตุใด บั้งไฟพญานาค จึงเกิดขึ้นเพียงช่วงเทศกาลออกพรรษา ยังไม่มีผู้ใดให้คำตอบได้.
ภัทรวินทร์ ลีปาน
หนองคาย