เมื่อวันที่ 9 ต.ค.62 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. และพ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ยิ่งยง มีคุณ รอง ผกก.สส.2 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จักรี ศรีนะวงศ์ สว.กก.สส.2 และพ.ต.ต.วุฒิพันธ์ ผอบทอง สว.กก.สส.2 ร่วมกันนำกำลังตำรวจ กก.สส.2บก.สส.บช.น.พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี เข้าตรวจค้นอู่ตุ๋ยเซียงกง ตำบลท่ามะกา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากทาง พล.ต.ต.สันติ ได้มอบหมายพร้อมกำชับให้กวดขันเรื่องขบวนการนำรถยนต์ ซึ่งได้มาโดยผิดกฎหมายมาชำแหละขายเป็นอะไหล่ พร้อมให้ติดตามจับกุมขบวนการดังกล่าวมาดำเนินคดีให้อย่างสิ้นซาก ซึ่งกรณีนี้ทางตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.บช.น. ได้มีผู้เสียหายเข้ามาขอความช่วยเหลือหลังรถยนต์หายไป แล้วพบว่ารถคันนี้ได้มีการติดระบบติดตาม GPS ไว้ ทางตำรวจจึงเปิดใช้โปรแกรมดังกล่าว ปรากฏว่ารถคันนี้ได้ถูกเคลื่อนย้ายมาแล้วสัญญาณดับที่อู่ดังกล่าว

จากนั้นทาง พ.ต.ท.ยิ่งยง จึงนำกำลังตำรวจ กก.สส.2บก.สส.บช.น.ไปตรวจสอบยังอู่แห่งนี้ พบ น.ส.ปิยวรรณ ไทยนกุล ซึ่งเป็นภรรยาเจ้าของอู่ตุ๋ยเซียงกง เมื่อทำการตรวจค้นพบว่า มีอะไหล่รถยนต์ที่ถูกชำแหละ ซากรถยนต์กว่า 40 คัน พร้อมคัสซีรถยนต์อีกเป็นจำนวนมาก จึงทำการตรวจยึดซากรถยนต์และคัสซี่รถยนต์ไว้ เพื่อทำการตรวจสอบหาที่มาของรถแต่ละคัน นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีคนงานของอู่ดังกล่าว ทราบชื่อ นายสรรเสริญ หรือคิม รุงเกียรติรัศมี มีหมายจับของศาลจังหวัดสตูล ข้อหา "ทำร้ายร่างกายผู้อื่น" จึงควบคุมตัวไว้ด้วย

จากการสอบสวน น.ส.ปิยวรรณ ให้การว่า ซากรถยนต์และโครงคัสซีดังกล่าว ได้มาจากการซื้อรถยนต์ที่อยู่ในสภาพดี และราคาถูก จากนั้นจะนำมาชำแหละเพื่อนำอะไหล่ที่ได้ไปขายต่อ ส่วนถามว่ารู้หรือไม่ว่ามีรถของผู้เสียหายที่หายไปนั้น เจ้าตัวตอบเพียงจำไม่ได้ว่าคันไหนเป็นคันไหน เพราะมีรถเข้ามาชำแหละหลายคันมาก

อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการตรวจสอบของกลางที่ทำการตรวจยึดมาอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากมีแนวทางการสืบสวนสอบสวนพบอีกว่า ทางอู่ลักษณะนี้มักจะรับซื้อรถที่หนีไฟแนนซ์ รถเช่า ที่มีสภาพใหม่ แล้วมาชำแหละขายเป็นอะไหล่ จึงต้องทำการขยายผลหาผู้กระทำความผิดในคดีนี้ต่อไป