เมื่อเวลา 13.30น.วันที่ 9 ตุลาคม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล(บก.สส.บช.น.) พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น.พร้อม พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. และนายปราโมทย์ ลลิกิตติ หัวหน้าคณะทำงานป้องกันการทุจริต ชมรมบัตรเครดิต แถลงผลการจับกุมนายธนากร สงวนศักดิ์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 523/2562 ลงวันที่ 4 ต.ค. 62 ข้อหา“ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนฯ”

พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายรวม 25 ราย แจ้งความว่าถูกคนร้ายลอบเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ ที่เหยื่อเชื่อมข้อมูลกับบัตรเครดิตแล้วนำไปรูดซื้อสินค้า จนเสียเงินรวม 280,000 บาท ต่อมาตำรวจ กก.2 บก.สส.บช.น.สืบทราบว่านายธากร เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ เคยประกอบอาชีพเป็นพนักงานสินเชื่อรถยนต์ของธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งจะรู้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า เช่น หมายเลขบัตรประชาชน,วันเดือนปีเกิด,เบอร์โทรศัพท์ และหมายเลขบัตรเครดิต รวมถึงขั้นตอนติดต่อทำธุรกรรมเกี่ยวกับบัตรเครดิต

พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า คนร้ายได้อาศัยช่องทางการทำงานเป็นพนักงานขายประกันรถยนต์และขายรถยนต์มือสอง ติดต่อไปที่คอลเซ็นเตอร์ของบริษัทบัตรเครดิตที่ลูกค้าใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์ และขอรับรหัสรักษาความปลอดภัย(OTP) ก่อนจะนำไปชำระค่าสินค้าและบริการที่ร้านค้าต่างๆ ผ่านคิวอาร์โค้ด ทำให้ไม่มีข้อความแจ้งเตือนเข้าไปยังโทรศัพท์ผู้ถือบัตรเครดิตตัวจริง ซึ่งนายธนกร เลือกก่อเหตุในเวลากลางคืนเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เหยื่อกำลังนอนหลับ ทำให้ไม่ทราบความเคลื่อนไหวทางการเงิน

สอบสวนนายธนากร ยอมรับว่าได้ก่อเหตุดังกล่าว โดยล้วงข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าไปกว่า 20 ใบ จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินคดี สำหรับผู้เสียหายที่คาดว่าเคยถูกล้วงข้อมูลทางธุรกรรมไปใช้จ่ายในลักษณะผิดปกติ ขอให้มาติดต่อได้ที่ กก.2 บก.สส.บช.น.เพื่อรับความช่วยเหลือต่อไป

ขณะที่ผู้เสียหายรายหนึ่งกล่าวว่า ตนรู้จักกับผู้ต้องหาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย และเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน โดยผู้ต้องหาทำงานเป็นพนักงานไฟแนนซ์ ดูแลการทำสัญญาซื้อขายของตน กระทั่งก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาโทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลส่วนตัว และบัตรเครดิตของตน 2 ใบ จากนั้นช่วงกลางดึกก็ได้รับข้อความจากธนาคารว่า มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ และมีข้อความแจ้งอีกว่า มีการใช้จ่ายบัตรเครดิตกว่า 4 หมื่นบาท จึงโทรศัพท์สอบถามทางธนาคาร ก่อนทราบว่าถูกผู้ต้องหาเอาข้อมูลไปใช้จ่ายแล้ว

ทางด้าน นายปราโมทย์ กล่าวว่า ปกติทางธนาคารจะมีขั้นตอนการตรวจสอบตลอด 24 ชม. รวมถึงแจ้งเตือนเวลามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าอยู่แล้ว เช่น แจ้งทาง SMS ฝากไปถึงผู้ที่ใช้บัตรเครดิต ขอให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัตรให้ดี ทั้งนี้ ในอนาคต ทางธนาคารอาจจะมีการพัฒนาระบบยืนยันบุคคล เช่น การยืนยันบุคคลด้วยเสียง เพื่อป้องกันคนร้ายก่อเหตุในลักษณะนี้ ปัจจุบันก็มีบางธนาคารใช้ระบบดังกล่าวแล้ว