พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กอ.รมน.ภาค 4 มอบพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ที่ขึ้นเวทีเสวนาของพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชนที่ จ.ปัตตานี โดยกล่าวหาว่า พูดบิดเบือนข้อเท็จจริง และยุยงปลุกปั่นกระทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา 116 ว่า หากเชื่อมั่นว่า ได้กระทำอย่างถูกต้องแล้วก็ขอให้ผู้ว่าราชการ จ.ปัตตานี ในฐานะ ผอ.รมน.จ.ปัตตานี มาเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษเองได้เลยจะดูดีกว่าการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐแบบสะเปะสะปะอ่อนด้อยแบบนี้ เพราะมันบ่งชี้ถึงความเป็นเงื่อนไขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ความยุติธรรม ดังนั้น ถ้าเปลี่ยนเป็นรัฐบาลมาจากปีกประชาธิปไตยเมื่อใด เจ้าหน้าที่รัฐประเภทนี้ต้องย้ายออกจากพื้นที่ทันที และสอบสวนเอาความผิด ทั้งทางวินัยและอาญาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ และติดตามใกล้ชิดในสถานการณ์การเมืองขณะนี้คือการพิจารณางบประมาณปี 63 ที่กำลังจะมีขึ้น

“เพราะเป็นที่รับรู้กันทั่วแล้วคือ 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลสืบทอดอำนาจก็ดีแต่ใช้งบประมาณแบบขาดดุลกู้เงินก่อหนี้ถึงปีละ 5 แสนล้าน งบประมาณปี 63 ก็อีหรอบเดียวกัน แต่เศรษฐกิจของประเทศก็ไม่โงหัวขึ้นเลย มันบ่งชี้ถึงการไม่มีขีดความสามารถในการจัดสรรงบประมาณมาบริหารประเทศของผู้นำสืบทอดอำนาจ แต่ที่ยืนผ่านมาได้ก็เพราะความไม่มีสปิริตและการใช้อำนาจเผด็จการแค่นั้นเอง

พอคาดการณ์กันได้ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะงดออกเสียงปล่อยให้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำหักดิบคว่ำบาตรกันเอง เพื่อลอยแพตัวผู้นำสืบทอดอำนาจเพราะทุกฝ่ายต่างเข้าใจซึ้งตรงกันแล้วว่า ตัวเงื่อนไขปัญหาของประเทศแท้จริงก็คือตัวผู้นำสืบทอดอำนาจนั่นเอง ส่วนอนาคตข้างหน้าจะไปอย่างไรเชื่อว่าเหล่าผู้แทนราษฏร เขาจะหาทางออกแก้ไขปัญหาบ้านเมืองไปตามครรลองระบอบประชาธิปไตยและเคารพเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชน” พล.ท.ภราดร กล่าว