เด็กๆ นักเรียนช่วงปิดเทอมชวนกันไปเล่นน้ำคลายร้อนในแม่น้ำสงคราม มีที่ลึกที่ตื่นสลับกันไป แต่เล่นกันเพลินพลัดตกลงน้ำลึกเรียกให้เพื่อนช่วย ทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็นกลับหายไปด้วยกัน อีกคนวิ่งไปบอกผู้ใหญ่กว่าจะมาช่วยก็ขาดอากาศหายใจไปนานทำให้ดับอนาถ 2 ราย ชาวบ้านลือเป็นเพราะอาถรรพ์ หลังมีคนจมน้ำที่บริเวณดังกล่าวหลายรายทุกปี

เมื่อเวลา 14.22 น.วันที่ 9 ต.ค.ร.ต.อ ศักดิ์ชัย พันธวงค์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โซ่พิสัย อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ รับแจ้งเหตุมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต ที่บริเวณท่าสะดุ้งใหญ่ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำสงคราม เขตบ้านท่าลี หมู่ที่ 14 ต.โซ่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบรุดไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นพ.วิญญ์ หังสพฤกษ์ แพทย์เวร รพ.โซ่พิสัย หน่วยกู้ชีพ รพ.โซ่พิสัยหน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไลฯ จุดโซ่พิสัยและนักประดาน้ำพร้อมเรือสว่างศรีวิไลฯ ที่เกิดเหตุพบว่าชาวบ้านประมาณ 20 คนได้ช่วยกันงมหาร่างของเด็กน้อยผู้เคราะห์ร้าย 2 คนที่จมน้ำหายไป ทราบชื่อเด็กชายพาคิน แซ่แต้ อายุ 8 ปีและด.ช.ธนกฤต โคตรปัญญา อายุ 8 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านท่าสวาทท่าลี่ ประมาณ 10 นาทีผ่านไปจึงพบร่างน้องที่จมน้ำทั้ง 2 คนนำขึ้นมาทำการปฐมพยาบาลเพื่อนำน้ำออกจากช่องท้องและทำการปั๊มหัวใจหรือทำ CPR ก่อนจะส่งตัวต่อไปยัง รพ.โซ่พิสัย แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องทั้ง 2 คนไว้ได้

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีเพื่อนรุ่นพี่เป็นนักเรียนชั้น ป.4 ได้มาชักชวนน้องทั้ง 2 คนรวมกันเป็น 3 คนไปปั่นจักรยานเล่น พอร้อนจึงได้ชวนกันไปลงเล่นน้ำที่ท่าสะดุ้งใหญ่แม่น้ำสงคราม ข้างๆ โขดหินใหญ่ ขณะเล่นน้ำกันเพลิน 1 ใน 2 ผู้ตายเกิดพลัดตกลงไปที่น้ำลึก น้องอีกคนจึงจะเข้าไปช่วยดึงแขนขึ้นมาแต่ลืมว่าตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำหายไปทั้งคู่ ส่วนรุ่นพี่ป.4 วิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเรียกผู้ใหญ่ออกมาช่วย แต่ก็ไม่ทันเวลาเพราะน้องทั้ง 2 คนขาดอากาศหายใยไปนาน จึงเสียชีวิตไปอย่างอนาถดังกล่าว

ด้านน.ส.สุดาพร บุญแซม อายุ24 ปี มารดาด.ช.ธนกฤต หรือน้องแนบ โคตรปัญญา ผู้เสียชีวิตกล่าวทั้งน้ำตาว่า มีบุตรชายคนเดียวก่อนเกิดเหตุตนไปธุระที่เมืองบึงกาฬ ทราบจากญาติโทรแจ้ง ตามไปดูที่ รพ.โซ่ คุณหมอก็พยายามช่วยเต็มที่ได้แต่ยกมือขอสิ่งศักดิ์ให้มีปาฏิหาริย์ ก็เสียใจนะเพราะมีลูกคนเดียว จึงฝากพ่อแม่ผู้ปกครองใส่ใจอย่าเผลอเลอปล่อยลูกลงเล่นน้ำ ถ้าเป็นไปได้ก็ให้เด็กๆ ฝึกหัดเรียนว่ายน้ำให้เป็นจะได้ช่วยเซฟชีวิตตัวเองได้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ชาวบ้านที่กำลังหาปลาบริเวณนั้นหลายคน ทั้งที่อยู่บนแพใหญ่ยกยอ หรือสะดุ้งใหญ่ เล่าว่าก็มองเห็นเด็ก 3 คนเล่นน้ำกันอยู่ ตอนจมน้ำก็ไม่เห็นเด็กรุ่นพี่ ป.4 เรียกให้ชาวบ้านช่วย แต่กลับวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อเรียกชาวบ้านมาช่วยงมหาน้องทั้ง 2 คน พอถามเด็กรุ่นพี่ ก็ตอบว่ามองไม่เห็นใครเลยที่อยู่ใกล้ จึงคิดว่าเป็นอาถรรพ์ ซึ่งจุดนี้มีคนจมน้ำเสียชีวิตทุกปีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก.

นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี//บึงกาฬ