“เอเชีย-แปซิฟิก” ต้องถือเป็นภูมิภาคเนื้อหอม ที่บรรดามหาอำนาจต่างพากันรุมตอม หวังได้ครอบครองในตำแหน่งเจ้าแห่งอิทธิพล

โดยที่ผ่านมาในยุคร่วมสมัยเร็วๆ นี้ ก็เป็นการช่วงชิงระหว่างชาติมหาอำนาจของสองฟากฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา พญาอินทรี ที่ทรงอิทธิพลมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังกำราบญี่ปุ่น กองทัพบูชิโด ลูกพระอาทิตย์ มหาอำนาจด้านการทหารในมหายุทธการดังกล่าวลงได้เป็นผลสำเร็จ

ก่อนมาถูกท้าทาย แบบบดบังรัศมีให้ถึงทีเข้าสู่สภาวะอัสดงลงไป ด้วยปรากฏการณ์แห่งพญามังกรผงาดฟ้า หลังการมาของจีนแผ่นดินใหญ่ เจ้าของฉายาพญามังกร ที่กำลังจับจองพี่เบิ้มใหญ่มหาอำนาจหมายเลขหนึ่งในอนาคตอันไม่ไกลนับจากนี้

ล่าสุด “เอเชีย-แปซิฟิก” ก็ได้มีอีกหนึ่งมหาอำนาจ เข้ามามีบทบาทบนเวทีในภูมิภาคแห่งนี้ นั่นคือ รัสเซีย พญาหมี อดีตพี่เบิ้มใหญ่ครั้งยุคสงครามเย็น ซึ่งหวนทวงคืนความยิ่งใหญ่ และพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจผู้ทรงอิทธิพลในเอเชีย-แปซิฟิกนี้อีกชาติหนึ่ง

หมุดหมายความยิ่งใหญ่ที่พญาหมีหมายทวงคืน ก็ได้ปรากฏมาในยุคที่ “นายวลาดิเมียร์ ปูติน” ครองเมือง ทั้งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี ภายหลังจากที่รัสเซีย โรยราลงไปนับตั้งแต่การล่มสลายไปในฐานะพี่เบิ้มใหญ่ของหลังม่านเหล็ก คือ สหภาพโซเวียตรัสเซีย เมื่อครั้งอดีต

“วิโนกราดอฟ” เรือต่อต้านเรือดำน้ำของกองทัพเรือรัสเซีย ซึ่งประจำการในมหาสมุทรแปซิฟิก (เอเอฟพี)

ทั้งนี้ ในการรุกขยายใหญ่ในทางอิทธิพลของรัสเซีย ภายใต้การกุมบังเหียนของผู้นำตัวจริง เสียจริง อย่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน นั้น ก็มีทั้งปฏิบัติการทายท้าต่อสหรัฐฯ และขบเหลี่ยมกับจีนแผ่นดินใหญ่

โดยในปฏิบัติการรุกคืบขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ก็ไล่ไปตั้งแต่การขยายอิทธิพลทั้งทางทหารและเศรษฐกิจเข้าไปใน “มองโกเลีย” บ้านใกล้เรือนเคียงระหว่างรัสเซีย กับจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยการสานสัมพันธ์ให้ความร่วมมือทางการทหาร และประกาศขยายการลงทุนด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้วยเม็ดเงินจำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่มองโกเลีย ก็ส่งผลให้พญามังกรต้องค้อนวงใหญ่แก่รัสเซีย ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ไม่ผิดอะไรกับการตอบโต้จีนแผ่นดินใหญ่ ในการเข้าไปช่วงชิงอิทธิพลในมองโกเลียของรัสเซียครั้งนี้ ในฉากสถานการณ์เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

นอกจากมองโกเลีย ประเทศที่เป็นรัฐกันชนระหว่างรัสเซียกับจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ปรากฏว่า เกาหลีเหนือ เจ้าของฉายาโสมแดง อีกหนึ่งชาติใกล้ชิดติดกับจีนแผ่นดินใหญ่ และแทบจะเรียกได้ว่า เป็นชาติบริวารของพญามังกรจีนด้วยซ้ำ ประเทศริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางเอเชียตะวันออก ก็ตกเป็นอีกชาติหนึ่ง ที่พญาหมีรัสเซีย เคลียร์พื้นที่ขยายอิทธิพลเข้าไป ด้วยฉากของปรากฏการณ์ให้การต้อนรับต่อการเดินทางของนายคิม จอง-อึน ประธานสูงสุดของเกาหลีเหนือ ที่มาเยือนเมืองท่า “วลาดิวอสตอค” ภาคตะวันออกของรัสเซีย ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น

ก่อนต่อเนื่องทอดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ลากยาวมาถึง “เวียดนาม” แดนญวน ซึ่งริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ในภูมิภาคอุษาคเนย์เรา

อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงเวียดนามกับรัสเซีย ต้องบอกว่า มีความสัมพันธ์ระหว่างกันมาช้านาน ตั้งแต่ครั้งอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย และรัสเซียในยุคปัจจุบัน

โดยความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับรัสเซีย ก็เป็นความสัมพันธ์ทางการทหารเป็นหลักใหญ่ ตามมาด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งในความสัมพันธ์ทางการทหารนั้น เวียดนาม ได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซียอยู่เนืองๆ แต่ที่นับว่า สร้างความฮือฮาในวงการทหารของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรา ได้แก่ การที่เวียดนามซื้อระบบขีปนาวุธยามฝั่ง ซึ่งใช้ติดตั้งตามแนวชายฝั่ง และซื้อระบบขีปนาวุธแบบยิงจากพื้นสู่อากาศจากรัสเซีย นอกจากนี้ ก็ยังมีสั่งซื้อเรือดำน้ำ เพื่อเพิ่มแสนยานุภาพทางนาวี เช่นเดียวกับ การเติมเขี้ยวเล็บให้แก่เสืออากาศด้วยฝูงบินขับไล่แบบซุคฮอย ที่ทางกองทัพอากาศเวียดนามใช้ประจำการรักษาอธิปไตยน่านฟ้าของประเทศ ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า รัสเซียถือเป็นผู้ค้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม

ล่องใต้ลงไปอีกยังประเทศมาเลเซีย แดนเสือเหลือง ปรากฏว่า รัสเซีย ก็รุกคืบด้วยการสานสัมพันธ์ทางการทหาร ผ่านการขายฝูงบินแบบซุคฮอยให้แก่กองทัพอากาศของมาเลเซีย โดยรัสเซีย ได้เข้ามาช่วยอัพเกรดปรับปรุงฝูงบินขับไล่ซุคฮอยให้แก่กองทัพอากาศมาเลเซียได้ใช้งานในฐานะเขี้ยวเล็บทางอากาศได้ต่อไปอีก 15 ปื แถมยังมีรายงานด้วยว่า รัสเซียก็มีแผนการที่จะขายฝูงบินขับไล่ซุคฮอย รุ่น “ซู-35” ให้แก่ทางการมาเลเซียในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยเช่นกัน

เครื่องบินขับไล่แบบซุคฮอย “ซู-35” ที่รัสเซีย พิจารณาจะขายให้แก่มาเลเซีย (เอเอฟพี)

ล่าสุด รัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีปูติน ก็กำลังเร่งสานสัมพันธ์กับฟิลิปปินส์ แดนตากาล็อก อีกหนึ่งชาติหมู่เกาะของเอเชียอาคเนย์เรา ซึ่งทางการฟิลิปปินส์ ภายการนำของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต เพิ่งเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการหารือในวาระสำคัญได้แก่ ความร่วมมือทางการทหารและความมั่นคงกับรัสเซีย นอกเหนือจากทางเศรษฐกิจแล้ว ท่ามกลางหมุดหมายที่ฟิลิปปินส์ได้มหาอำนาจอีกหนึ่งชาติมาเป็นพันธมิตรท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องดินแดนกับจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่ รัสเซีย ก็จะได้ฟิลิปปินส์เป็นทางผ่านที่สำคัญในการตะลุยลงสู่ภูมิภาคมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้กันต่อไป นอกเหนือจากเปิดเส้นทางการค้าที่มีวลาดิวอสตอคเป็นเมืองท่า ส่งสินค้าบ่ายหน้าสู่ “เอเชีย-แปซิฟิก” อีกหนึ่งเวทีชิงชัยด้านอิทธิพลของเหล่ามหาอำนาจ ณ เวลานี้