นายอภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการ บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JCK)เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 ให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโครงการมหาดเล็กหลวงเรสซิเดนส์ว่า ด้วยความเคารพต่อคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง แต่บริษัทยังไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาดังกล่าว

ทั้งนี้เตรียมจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดโดยมีเหตุผลที่จะยื่นอุทธรณ์ดังนี้ ด้วยเพราะโครงการดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณามาจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดินและบริการชุมชน ซึ่งมีคณะกรรมการผู้ชำนาญการผู้มีความรู้ความสามารถมาจากหน่วยงานต่างๆร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ รวมทั้งได้รับการพิจารณาจากกรุงเทพฯรออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารให้โดยชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับกรณีที่ศาลปกครองกลางได้พิจารณาว่า โครงการของบริษัทอยู่ติดกับซอยหมาดเล็กหลวง 2 ที่มีเขตทางน้อยกว่า 18 เมตร จึงเป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวง ในประเด็นนี้บริษัทขอชี้แจงว่าที่ตั้งของโครงการตั้งอยู่บนโฉนดที่ดินเลขที่ 2220 เนื้อที่ 67 ไร่เศษ ซึ่งเป็นที่ดินแปลงใหญ่ อยู่ติดกับถนนราชดำริที่เป็นถนนสาธารณะที่มีเขตทางเกินกว่า 18 เมตรเป็นไปตามกฎหมาย

ส่วนการที่ที่ดินแปลงใหญ่ได้แบ่งที่ดินแปลงใหญ่ ออกเป็นแปลงเล็กเพื่อปลูกสร้างเป็นอาคารต่างๆนั้นเป็นการบริหารจัดการโดยเจ้าของที่ดิน ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดว่าจะใช้ประโยชน์กับที่ดินแปลงใหญ่อย่างไร จะแบ่งที่ดินเป็นรูปแบบอย่างไร จะสร้างอาคารกี่อาคาร ตรงตำแหน่งไหนก็สามารถทำได้ทั้งนั้น เพียงแต่ให้แต่ละอาคารมีแนวร่นให้เป็นไปตามกฎกระทรวงก็ถูกต้องตามกฎหมาย กรุงเทพมหานครโดยสำนักงานการโยธา ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ถือได้ว่าเป็นผู้มีความชำนาญในข้อบังคับของกฎหมายควบคุมอาคารก็ได้ใช้แนวทางนี้ในการออกใบอนุญาตปลูกสร้างให้แก่อาคารต่างๆตลอดมา

“ที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 2220 ที่ผ่านมาได้มีการก่อสร้างอาคารในลักษณะนี้มาหลายอาคารแล้ว กระทั่งเหลือที่ดินแปลงโครงการมหาดเล็กหลวงเรสซิเดนส์ อาคารพิพาทที่จะทำการก่อสร้างเป็นแปลงสุดท้าย ตั้งอยู่ในซอยมหาดเล็กหลวง 2 มีความกว้างขนาด 12 เมตรถึง 13.57 เมตร เข้ามาสู่ที่ดินแปลงโครงการจึงถือว่าเป็นไปตามกฎหมาย หากจะถือว่าโครงการนี้การออกใบอนุญาตเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วโครงการอื่นที่อยู่ในซอยมหาดเล็กหลวง 1,2,3 รวมทั้งโครงการอื่นที่มีที่ตั้งของอาคารในลักษณะเดียวกันกับโครงการมหาดเล็กหลวงเรสซิเดนส์ที่ได้ทำการก่อสร้างไปแล้ว หรือว่ายังอยู่ระหว่างการก่อสร้างจะเป็นอาคารที่ผิดกฎหมายไปด้วยหรือไม่ และทุกอาคารจะต้องถูกรื้อถอนหรือไม่ เพราะจะเป็นการปลูกสร้างโดยผิดกฎหมายไปด้วย”

อย่างไรก็ตามเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร บริษัทพร้อมน้อมรับคำพิพากษา และมั่นใจว่า JCK จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะปัจจุบันมูลค่าที่ดินได้ปรับตัวขึ้นสูงกว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับเงินลงทุนในที่ดินแปลงนี้ไม่มากนัก ส่วนการลงทุนเพิ่งจะเริ่มต้นตอกเสาเข็มได้ถูกระงับการก่อสร้างแล้ว