นายธันวา ไกรฤกษ์ อดีตผู้สมัคร พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เพจเฟซบุ๊กชื่อ ธันวา ไกรฤกษ์ ระบุว่า

'อาหารเจ' แพงและเติบโตน้อยลงในรอบ 12 ปี เพราะ 'ค่าครองชีพสูง' ..จริงหรือ?

หากใครได้เข้าไปอ่านคอมเม้นท์ตามเพจต่างๆ ก็จะเห็นไปในทางเดียวกัน คือที่บอกว่าราคาสินค้าเกษตรแพงเพราะน้ำท่วม จึงทำให้อาหารเจแพง คนจึงไม่ซื้อกินนั้น ดูจะไม่ค่อยถูกต้องนัก

เพราะจริงๆแล้วอาหารเจแพงทุกปีในช่วงเทศกาล ซึ่งเป็นไปตามกฎอุปสงค์และอุปทาน จึงไม่ควรกลายเป็นช่องให้คนบางกลุ่ม หยิบไปเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาล ด้วยวาทกรรม 'เศรษฐกิจชะลอตัว' และ 'ค่าครองชีพสูง'

อย่างที่บอกไปเมื่อหลายวันก่อน ว่าผมเลิกตอบโต้อะไรแทนรัฐบาลแล้ว แต่โพสต์นี้เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้สังคมถูกชักจูงให้มีความเข้าใจแบบผิดๆ

ประการหนึ่งที่สำนักโพล สำนักข่าว นักการเมือง และผู้บริโภคอาหารเจลืมนึกถึง คือ 'ช่องทางการจำหน่ายที่น้อยลง' ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาโดยตรง

ในที่นี้หมายถึง 'street food' หรือ 'หาบเร่แผงลอย' นั่นเอง โดยผลจากการจัดระเบียบแบบกวาดล้างของกทม. ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถหาซื้ออาหารเจได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน ที่ระหว่างเดินกลับบ้านก็มีคนขายแล้ว

ดังนั้นเมื่อตัวเลือกน้อย หรือมีคนขายน้อย การอัพราคาจึงเป็นเรื่องปกติ

มูลค่าการซื้อขายของกินข้างทาง ที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี จากผลการวิจัยของนักวิชาการนั้น ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าส่งผลกระทบโดยตรง ต่อการลดลงของการบริโภคอาหารเจในปีนี้

หากไม่อยากให้การเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่องในอนาคต ทางออกคือร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ต้องทำผลิตภัณฑ์เจ ออกมาขายให้มากขึ้น เงินในระบบนี้ก็จะไม่สูญหายไป

แต่คนทั่วไปอย่างเราๆ อาจจะไม่ถูกปาก และแพงขึ้นกว่าเดิมอีก ..เท่านั้นเอง

ปล.คาดว่าอีกหน่อยร้านสะดวกซื้อจะมีลูกชิ้นปิ้งและหมูปิ้งขายทุกสาขา (ไม่นอกเรื่อง)

#สังคมอยู่ร่วมกันได้
#สนับสนุนการจัดระเบียบแบบไม่กวาดล้าง

ขอบคุณข้อมูลและภาพ เพจเฟซบุ๊ก - ธันวา ไกรฤกษ์