นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะยกระดับการทำงานให้ตอบสนองด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและด้านกีฬา ทั้งระบบเพื่อรองรับการเป็นกระทรวงเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ โดยการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจบริการการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการและสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้ายกระดับวิชาชีพมัคคุเทศก์ให้ได้รับการยอมรับในสังคม และเปิดโอกาสให้บริหารดูแลกันเองผ่านการจัดตั้งสภาวิชาชีพด้านมัคคุเทศก์ พร้อมกันนี้ ผลักดันและเพิ่มจำนวนที่พักในชุมชนผ่านโครงการ Home Lodge และ Homestay ให้ครบ 1,500 แห่งทั่วประเทศ ภายใน 2 ปีนี้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ Homestay มีเพียง 196 แห่ง

ด้าน กีฬา จะผลักดันให้มีการจัดกิจกรรมระดับโลกทั้งเรื่องกีฬาและเชิงศิลปะในประเทศไทย เช่น Moto GP และ Tomorrowland พร้อมส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชนผ่านเจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอ และอาสาสมัครผู้นำออกกำลังกายที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อนักกีฬาไทยสู่กีฬาโลก ส่งเสริมให้มีโรงเรียนกีฬาเฉพาะด้าน เช่น ฟุตบอล และวอลเล่ย์บอล และจะขยายผลการขับเคลื่อนเมืองกีฬาให้เป็นเมืองกีฬาอย่างแท้จริง ทำรายได้อย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ท้องถิ่น ในรูปแบบของบุรีรัมย์โมเดล

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีการดำเนินการขับเคลื่อนโครงสร้างธุรกิจบริการการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่ ต้นน้ำ คือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) กรมพลศึกษา ขณะที่ กลางน้ำ เป็นกรมการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ส่วนปลายน้ำ คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผ่านการบูรณาการโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อย่างชัดเจน