กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์กว่า 576 ล้าน ให้สหกรณ์กู้ปลอดดอก 1 ปี นำไปช่วยฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้มีเงินทุนทำการเกษตรที่สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลาอันสั้น พร้อมขอความร่วมมือสหกรณ์ยืดเวลาชำระหนี้และลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินให้กับสมาชิก

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์การเกษตร ในพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด ตามนโยบายของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฯ จะใช้เงินจากองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) วงเงิน 576.287 ล้านบาท จัดสรรให้สหกรณ์กู้ยืมได้สหกรณ์ละไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็นเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี ให้นำไปช่วยฟื้นฟูอาชีพให้กับสมาชิก โดยสหกรณ์สามารถนำไปให้สมาชิกกู้ต่อรายละไม่เกิน 20,000 บาท ปลอดดอกเบี้ยระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เช่นกัน

ทั้งนี้ เงินที่ให้กู้ สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการจะต้องประกอบอาชีพทำการเกษตรและพื้นที่ทำการเกษตรได้รับความเสียหายและต้องอยู่ในเขตที่ประกาศการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินระดับจังหวัดจากกรณีอุทกภัย นอกจากนี้ กองทุนพัฒนาสหกรณ์ยังได้ขยายเวลาชำระหนี้ให้สหกรณ์ที่มีหนี้เงินกู้กับกองทุนพัฒนาสหกรณ์ก่อนเกิดภัยพิบัติ และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้สหกรณ์ขาดรายได้ที่จะนำมาส่งชำระหนี้คืน กพส.ให้ขยายระยะเวลา การชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 1 ปี

“สำหรับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กรมฯได้สั่งการให้ทุกจังหวัดสำรวจความเสียหาย พบว่า มีความเสียหายในพื้นที่ 20 จังหวัด สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ได้รับผลกระทบ 316 แห่ง สมาชิก 84,775 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรของสมาชิกเสียหาย 1.07 ล้านไร่ ส่วนการขอกู้เงินเพื่อฟื้นฟูอาชีพสมาชิก ขณะนี้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ได้อนุมัติเงินกู้ให้แล้ว 10 สหกรณ์ใน 2 จังหวัด วงเงินรวม 37.06 ล้านบาท สมาชิก 1,875 ราย พื้นที่ 27,322 ไร่ และมีสหกรณ์แจ้งความประสงค์ที่จะขอกู้อีก 15 สหกรณ์ ใน 4 จังหวัด กว่า 42.67 ล้านบาท รวมสมาชิก 4,270 ราย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ในส่วนของการช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้เตรียมแผนฟื้นฟูฯ หลังน้ำลดให้เกษตรกรโดยจะจ่ายเงินชดเชยความเสียหายทั้งพื้นที่การเกษตรที่ปลูกพืช ประมงและปศุสัตว์ รวมถึงจะมอบพันธุ์ข้าว พันธุ์สัตว์ และปลา และส่งเสริมการปลูกพืชอายุเก็บเกี่ยวระยะสั้น เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะเข้ามาสนับสนุนเรื่องการฟื้นฟูอาชีพ และประสานภาคเอกชน เพื่อหาช่องทางตลาดมารับซื้อผลผลิตให้กับเกษตรกร โดยให้สหกรณ์ในพื้นที่เป็นผู้รวบรวม